ข้อเสนอด้านจุดยืนของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอันเนื่องมาจากไฟใต้
วีระศักดิ์
จงสู่วิวัฒน์วงศ์
๑ ธันวาคม ๒๕๔๙
ข่าวจากสื่อมวลชนเรื่องการโจมตีรถพยาบาล
และ การปิดล้อมโรงพยาบาลชุมชนในเวลาใกล้เคียงกันในพื้นที่อำเภอธารโตและอำเภอบันนังสตาร์ทำลายขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ไฟใต้อย่างมาก
แพทย์ที่ประจำอยู่ขอย้าย และ
แพทย์รุ่นใหม่ที่จะต้องหมุนเวียนไปทำงานในโรงพยาบาลดังกล่าวในอนาคตอันใกล้ต่างปฏิเสธว่าจะไม่ไปปฏิบัติงาน
ถ้าถูกบังคับจะลาออกเนื่องจากไม่เชื่อว่าจะมีใครรับรองความปลอดภัยได้ ประชาชน
ผู้ป่วยนอกจากจะไม่มีแพทย์รักษาพยาบาลในอนาคตแล้ว
การส่งต่อจากพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลใหญ่ในยามวิกาลยังเป็นปัญหา
เนื่องจากไม่มีหลักประกันความปลอดภัยของรถพยาบาล
ผลกระทบดังกล่าวจะเกิดกับประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอน ความรุนแรงในลักษณะนี้อาจจะขยายรูปแบบและขยายพื้นที่
ปัญหานับวันจะแก้ไขได้ยากขึ้น
ท่ามกลางความยากลำบากเหล่านี้ระบบสาธารณสุขในพื้นที่ควรจะวิเคราะห์สถานการณ์และปรับจุดยืนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ใหม่
ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันระบบสาธารณสุขเป็นเครื่องมือที่ดีของรัฐที่ใช้ในการดูแลประชาชน
ให้มีสุขภาพดี องค์กรสาธารณสุขในพื้นที่ทำหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ
ป้องกันโรค และรักษาพยาบาล เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี
ผลดีตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่โดยตรงและอยู่กับรัฐโดยทางอ้อม
เมื่อรัฐสนับสนุนและคนในระบบสาธารณสุขทำงานได้ดีประชาชนก็นิยมชมชอบรัฐ และสนับสนุนรัฐ
ตัวอย่างเช่นนโยบายสุขภาพดีถ้วนหน้าเป็นจุดขายที่สำคัญของรัฐบาลที่แล้วสืบต่อมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้
การที่รัฐสนับสนุนระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องที่ดี
แต่บ่อยครั้งรัฐก็แสดงความเป็นเจ้าเข้าวเจ้าของ
นักการเมืองวางตัวเป็นนายของข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข
ภายในกระทรวงสาธารณสุขเองบางสมัยก็มีวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นอำนาจส่วนกลาง
ในบางยุคเราก็ได้นักการเมืองที่ก็เป็นผู้รับฟังและสนับสนุนเสริมสร้างที่ดี
ข้าราชการชั้นสูงก็วางตัวเป็นพี่ที่ดีของน้อง ๆ ในภูมิภาค ในยุคไฟใต้
เราต้องการนักการเมืองและข้าราชการชั้นสูงที่มีท่าทีแบบหลังมากเป็นพิเศษ
สำหรับประชาชนในภาคอื่น
ๆ รัฐไทยที่แบ่งแยกไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
แต่การปลูกฝังอุดมการณ์แห่งรัฐแบบนี้ล้มเหลวในพื้นที่ไฟใต้
คนส่วนหนึ่งซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
ต่อต้านรัฐไทยโดยใช้ความรุนแรงทำลายองค์กรของรัฐไทยและสัญญลักษณ์ต่าง
ๆ ที่เป็นไทยรวมทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไร้หนทางต่อสู้
อำนาจรัฐไทยมีขีดจำกัดในการพิทักษ์ความปลอดภัย
ในสภาพเช่นนี้คนในพื้นที่ต้องหาหนทางช่วยตัวเองและช่วยกันเอง
ขณะนี้โดยทั่วไปองค์กรด้านสาธารณสุขในพื้นที่เป็นองค์กรที่ยังเป็นที่ยอมรับ
เหตุการณ์การโจมตีรถพยาบาลและการปิดล้อมโรงพยาบาลไม่ได้เกิดจากความไม่พอใจโรงพยาบาล
แต่เป็นการต่อเนื่องจากการปะทะระหว่างฝ่ายรัฐกับอีกฝ่ายหนึ่ง
อย่างไรก็ตามองค์กรสาธารณสุขในพื้นที่กำลังถูกลากให้เข้าไปสู่ความขัดแย้งและพื้นที่ความขัดแย้งกำลังขยายลามเข้ามาในสถานพยาบาลอย่างไม่สามารถควบคุมได้
และมีผลทำให้ความปลอดภัยลดลงจนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่สามารถปฏิบัติงานได้
แผนปฏิบัติงานในลำดับต่อไปไม่ควรจำกัดอยู่ที่การเตรียมอพยพย้ายฉุกเฉิน
แต่ต้องรวมถึงการหลีกเลี่ยงป้องกันปรากฏการณ์ดังกล่าว
จุดยืนขององค์กรสาธารณสุขในพื้นที่ท่ามกลางความขัดแย้งต้องชัดเจน
เหตุผลของการคงอยู่ขององค์กรในพื้นที่คือเหตุผลทางมนุษยธรรม อุดมการณ์ที่สำคัญ คือ
อุดมการณ์ด้านสุขภาพของมวลชนที่ไม่เลือกชนชั้น ชาติพันธุ์
ความเชื่อและความฝักใฝ่ทางอำนาจรัฐ เช่นเดียวกับอุดมการณ์ของสภากาชาด สภาเสี้ยวจันทร์แดงวงเดือน
หรือองค์กรนานาชาติทางมนุษยธรรมนานาชาติอื่น
ๆ เช่น องค์การหมอแพทย์ไร้พรมแดน
จุดยืนดังกล่าวน่าจะเป็นที่ยอมรับได้ของฝ่ายต่าง ๆ เช่น
จากรัฐไทยซึ่งต้องการสร้างความสมานฉันท์
จากประชาชนในพื้นที่ซึ่งมีโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เบียดเบียน และ
จากฝ่ายตรงข้ามกับรัฐ ตราบเท่าที่องค์กรสาธารณสุขยังมีความเป็นกลางและไม่เป็นเครื่องมือของรัฐซึ่งฝ่ายนั้นไม่พึงประสงค์
องค์กรสาธารณสุขในพื้นที่ควรกำหนดและประกาศจุดยืนด้านมนุษยธรรมให้เป็นที่รู้กันภายในพื้นที่
แล้วใช้จุดยืนนี้สร้างความยอมรับจากทุกฝ่าย เช่น
การขอร้องไม่ให้มีกิจกรรมการเมืองหรือการทหารใด ๆ ภายในเขตของสถานพยาบาล
เพื่อไม่ให้สถานที่นั้นกลายเป็นพื้นที่ของความขัดแย้ง
การขอร้องให้เป็นเขตปลอดอาวุธเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธไม่ว่าจากฝ่ายใด
การขอความร่วมมือจากชุมชนและฝ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ
ในการทำให้องค์กรสาธารณสุขในพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดความขัดแย้งและช่วยกันหาหลักประกันให้องค์กรสามารถทำงานบริการประชาชนได้
ในพื้นที่รุนแรงเช่นนี้
หลักประกันด้านความปลอดภัยในการทำงานต้องมาจากทุกฝ่าย ไม่ยกเว้นฝ่ายใด
การคงอยู่ของระบบสาธารณสุขไม่ได้ขึ้นกับความรับผิดชอบของอำนาจรัฐหรือระบบราชการเท่านั้น
แต่เป็นความรับผิดชอบของชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงด้วย ระบบสาธารณสุขเป็นสัญญลักษณ์ของความเจริญทางจิตใจของมนุษยชาติที่จะต้องช่วยเหลือกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ลำบาก
ถ้าจิตใจของมนุษย์ในพื้นที่เต็มไปด้วยความโกรธ
เกลียดชังและต้องการทำร้ายอย่างไม่มีขีดจำกัดแล้วระบบสาธารณสุขซึ่งเป็นตัวแทนของความปรารถนาดีระหว่างมนุษย์ก็ถึงแก่กาลอวสานต์อวสาน
การเจรจาเพื่อให้บรรลุความเป็นกลางและความปลอดภัยของผู้ทำงาน
เป็นหน้าที่ของผู้นำทางสาธารณสุข
โดยแยกเจรจากับฝ่ายที่มีกำลังอาวุธภาครัฐ
เจรจากับประชาชนในพื้นที่ทั้งฝ่ายเป็นกลาง รวมทั้งฝ่ายต่อต้านอำนาจรัฐ
สมมติฐานของการเจรจา คือ
ทุกฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมในการที่จัดให้สถานบริการสาธารณสุขดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่น
ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ในสภาพที่เปราะบางแบบนี้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ร่วมมือแม้แต่เพียงฝ่ายเดียวการเจรจาก็จะล้มเหลว
ระบบสาธารณสุขต้องเสนอเงื่อนไขหลักประกันการทำงานที่เป็นรูปธรรมต่อคู่เจรจา
จุดมุ่งหมายไม่ได้อยู่ที่การลดความรุนแรงเช่นเป็นเขตปลอดอาวุธดังกล่าวเท่านั้น
แต่ต้องมุ่งลดกิจกรรมต่าง ๆ ที่นำไปสู่การขยายความขัดแย้ง รวมทั้ง การโฆษณา
การยั่วยุ ท้าทาย เหยียดหยาม ฯลฯ ภายในขอบเขตและบริบทของสถานพยาบาล
นอกจากการเจรจาผู้นำสาธารณสุขในพื้นที่ต้องประเมินสถานการณ์อย่างเป็นรูปธรรมเป็นระยะ
ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้
ขณะเดียวกันต้องมีแผนและซ้อมแผนรับสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งต่อชีวิตของผู้ป่วยและของเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับการซ้อมรับมืออัคคีภัยหรือวินาศภัยอื่น
ๆ กิจกรรมเสริมสร้างความยอมรับขององค์กร การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็น
ถ้าเงื่อนไขทางสันติภาพดีขึ้น
องค์กรสาธารณสุขก็จะเป็นเสาหลักทางสันติภาพในพื้นที่ได้ต่อไป
รวมทั้งอาจจะมีส่วนในการพัฒนาสันติภาพในอนาคต แต่ถ้าสถานการณ์เลวร้ายจนเกินดขีดจำกัด
วิธีการลดความสูญเสียที่สำคัญคือการหยุดการทำงานขององค์กร
ปล่อยให้ธรรมชาติจัดการความขัดแย้งของมนุษย์จนกว่าดุลยภาพใหม่จะมาถึง
-------------------------------