Self Assessment
การบริหารจัดการความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความปลอดภัย ทางกาย
จิตใจ อารมณ์และจิตวิญญาณ ของ จนท. ผู้ป่วย ญาติ ประชาชน
ตลอดจนความปลอดภัย/ จากอันตรายขององค์กร สิ่งแวดล้อมและชุมชน การเตรียมความพร้อม
การประเมิน การทบทวน
จะช่วยให้องค์กรมีทิศทางและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที
จากการประชุมกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
นักวิชาการ ผู้บริหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อ 26 ธ.ค. 2547 ณ. สสจ.ปัตตานี มีข้อสรุปว่าควรจะมีการประเมินและเตรียมความพร้อมในประเด็นต่างๆ
ดังนี้
1.
ประเด็นเรื่องเตรียมสถานที่ทำงานด้านโครงสร้าง ตัวอาคาร
-
น่าจะมีสัญญาณฉุกเฉิน เตือนให้รับทราบเหตุการณ์
และน่าจะแยกเสียงเฉพาะ กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
ให้เจ้าหน้าที่ทราบเมื่อเกิดเหตุ
-
ต้องมีการเตรียมเจ้าหน้าที่ในการรับทราบการใช้เสียงในแต่ละกรณีของเหตุการณ์
-
รั้วของโรงพยาบาล ด้านหน้า ค่อนข้างมิดชิด แต่รอบๆ
ด้านข้างโดยรอบของโรงพยาบาล น่าจะมีการวางลวดหนามรอบขอบรั้ว (งบประมาณไม่เอื้อ
ต้องใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลร่วมด้วย)
-
กระถางต้นไม้ ที่ว่างอยู่บริเวณอาคารให้ออกห่าง
-
สถานที่เข้าออกควรมีประตูเดียว
-
ตั้งด่านใกล้บริเวณโรงพยาบาล
-
ติดตั้งกล้องทีวีวงจรปิด เช่น รั้ว ลานจอดรถ มีผลต่อการย้อนกลับไปดูเหตุการณ์
และสามารถช่วงเฝ้าระวัง เตือนความตระหนักในการดูแลความปลอดภัยด้านอื่นๆ ด้วย
และต้องติดตั้งแบบซูมในระยะทางไกล ควรติดตั้งเป็นระบบแลน
เชื่อมเห็นภาพ ครอบคลุม
-
บริเวณพื้นที่จอดรถ ไม่ติดชิดเขตตัวอาคาร
-
ปรับเวรยาม เป็นตู้แดง ให้เวรยามเวียนดูทุกจุด/
ดูทีวีวงจรปิด
-
ไม่ควรทำบอร์ดป้ายชื่อของบุคลากร
2.
ประเด็น สำรองวัสดุ/อุปกรณ์
-
เตรียมวัสดุ การแพทย์ /อุปกรณ์ต่างๆ
ให้เตรียมไว้อย่างน้อย 2 เท่า
-
น้ำมันเชื้อเพลิง
-
รถ /ยานพาหนะ เตรียม /ตรวจเช็คสภาพ ให้พร้อมเสมอ
-
เตรียม ตรวจเช็ค เครื่องดับเพลิงทุกจุด
-
ยามเป็นคนกว้างขวาง/รู้จักพื้นที่ดี
-
เตรียมน้ำดื่ม / ประปา / ระบบไฟฟ้า แก็ส
ต้องเตรียมการไฟสำรอง ที่ต้องมีประสิทธิภาพ นอกจาก เครื่องปั่นไฟ แล้ว ต้อง มีทั้ง
ไฟฉาย หรือแบตเตอรี่
(อุปกรณ์ต้องมีการวอร์มเครื่องเพื่อทำการทดสอบเครื่องเตรียมพร้อมกับการใช้งาน)
-
ระบบสื่อสาร /วิทยุ/โทรศัพท์ ปัญหา คือ สัญณาณหายเป็นช่วงๆ น่าจะให้โทรศัพท์ มือถือติดตัวด้วย
-
มีทางเลือกการสื่อสารไว้หลายทาง
-
ผู้ใช้/ เจ้าหน้าที่
เตรียมให้ใช้ระบบการสื่อสารให้พร้อม เช่น Fax วิทยุ
-
แจ้งให้เจ้าหน้าที่ ทราบระบบการติดต่อสื่อสาร
ให้ทั่วถึง
-
ทักษะของเจ้าหน้าที่ และการประสานงาน
3.
ประเด็น เตรียมบ้านพัก และครอบครัว
-
รั้วบริเวณบ้านพัก ประตูบ้านให้แข็งแรง ไม่เปิดประตูทิ้งไว้
-
ไฟส่องสว่างเพียงพอ
-
การจำกัดบุคคลเข้าออก
-
จุดใกล้ทางคมนาคม จุดล่อแหลม ต้องระวังเป็นพิเศษ
-
มีสัญลักษณ์ /สัญญาณ เคาะประตู ให้รู้กันภายในครอบครัว
ว่าควรเปิดประตูให้ เช่น มีช่องดูคนนอกได้ กล้องวีดีโอ
-
ทำความเข้าใจกับครอบครัวเรื่องเหตุการณ์ / การเดินทาง
-
รับส่งครอบครัว มีอาวุธ ประจำตัว
-
อยู่เวร ควบ บ่าย-ดึก
สำหรับเจ้าหน้าที่ที่อยู่นอกโรงพยาบาลหรือเตรียมที่พักไว้เป็นการเฉพาะ
-
การติดต่อสื่อสารภายใน
-
ให้คนนอก หรือคนใน เดินดูรอบโรงพยาบาล
เพื่อดูจุดบกพร่อง
-
เตรียม อาหาร น้ำดื่ม กักตุนไว้ในบ้าน ประมาณ 2-3 วัน
-
สร้างมาตรการป้องกันในครอบครัว (ซ้อมแผน
/สร้างสถานการณ์)
-
เจ้าหน้าที่น่าจะมีบ้านพักสำรองต่างจังหวัด/อาคารสำรอง
-
เตรียมระบบไฟ เช่นแบตเตอรี่สำรอง
4.
ที่บ้าน (รวมถึงสมาชิกในครอบครัว)
-
ระบบอื่น ๆ แบบเดียวกับ รพ.
-
ควรมีการขึ้นทะเบียนคนในบ้าน มีระเบียบบ้านพัก
-
ระบบการเข้าออกของคน และรถ กำหนดมาตรการเข้าออก
-
ฝึกอบรมสมาชิกในครอบครัว
ถึงแนวทางและการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน/ทำคู่มือ เช่น ไฟไหม้ ผู้บุกรุก /คนแปลกหน้า ถูกขู่ทำร้าย เช่น
ต้องรู้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อฉุกเฉิน
-
ระบบสวัสดิการ และสร้างขวัญกำลังใจ เช่น จัดรถรับ-ส่ง บุตรหลานของ
จนท. รพ.ไปโรงเรียน
แทนที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง
5.
ประเด็น สถานการณ์ที่คิดว่าจะเกิดขึ้น
สมมติเหตุการณ์ขู่วางระเบิด
-
ต้องมีการซ้อมแผน (มีแนวทางปฏิบัติ
บทบาทหน้าที่ของทุกคนว่าต้องทำอะไร)
-
ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
รับโทรศัพท์ขู่
-
คนรับไม่ควรตกใจ
ควรเตรียม ตั้งสติให้ได้
และมีการซ้อม
โดยฝึกเจ้าหน้าที่ให้รับข้อมูลในด้าน ลักษณะของเหตุที่เกิด เรื่องเวลา
คือที่ไหนเมื่อไร
-
มี procedures ในการรับข้อมูล บริเวณรับโทรศัพท์
-
ลำดับขั้นรายงานหลังจากได้ข้อมูล
-
มีแนวทางการรับสถานการณ์ แต่ละเหตุการณ์
-
เตรียมซ้อมรับสถานการณ์จำลอง/ สอนให้เจ้าหน้าที่
ฝึกใช้แนวทาง
-
แนวทางแปะไว้บริเวณข้างโทรศัพท์
ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่ละเอียด ใช้ได้ง่าย อ่านสะดวก สั้น กะทัดรัด แล้วเข้าใจง่าย
-
การใช้ code เมื่อเกิดเหตุการณ์
-
มีอาสาสมัคร ประมาณ 1 คน ตรวจดูสิ่งต้องสงสัยเมื่อเกิดเหตุ
-
เมื่อเกิดเหตุการณ์เตรียม อุปกรณ์/ คนให้พร้อม
-
โทรศัพท์ควรเป็นแบบโชว์เบอร์ได้
วางเพลิง เสี่ยงมากในระดับอำเภอ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยอยู่ เช่นบ้านพัก สอ./
มีสิ่งก่อสร้างค่อนข้างมาก
ก่อม็อบ อาจมีโอกาสถูกเรียกไปตั้งหน่วย
-
เตรียมความพร้อมยานพาหนะ
-
ให้โรงพยาบาลเตรียมกำลัง / เจ้าหน้าที่ให้พร้อม
-
ประเมินสถานการณ์เกิดม็อบ มีเทคนิคการวิเคราะห์ม็อบ
-
เมื่อเกิดม็อบ เจ้าหน้าที่จะทำอย่างไร มีแนวทางปฏิบัติ เมื่อได้รับการแจ้งข่าว ต้องมีการเช็คข่าว
ยังไม่ต้องออกพื้นที่ไปก่อน สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งอาจจะมีอยู่ ต้องตรวจสอบข่าวจากคนในพื้นที่ให้ได้ความชัดเจน
ยังไม่จำเป็นไม่ควรออกนอกพื้นที่อันตรายสูง
-
ผู้ที่ออกนอกพื้นที่ต้องมีสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนสูง และมีจิตวิทยาสูง
เตรียมความพร้อมให้มากต่อการออกพื้นที่
-
รถ/ยานพาหนะ ที่จะออกนอกพื้นที่ต้องมีความพร้อมใช้งาน
ถูกจับเป็นตัวประกัน
-
ตั้งสติ
ไม่ตกใจ
-
ไม่กระทำการกระตุ้น /ท้าทาย/ ก้าวร้าว พูดจาไม่สุภาพ
-
สังเกต /
หาช่องทางที่เป็นประโยชน์ต่อการเอาชีวิตรอดของเรา
-
รักษาความเป็นกลาง ไม่อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
-
รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง กินอาหาร
เพื่อเตรียมแรงต่อสู้ได้
-
มองเชิงบวก รักษาทัศนคติที่ดีเอาไว้ ขณะถูกคุมตัว สร้างสัมพันธภาพ
กับฝ่ายตรงข้าม (เป็นมิตร) ไม่พูดคุยเรื่องล่อแหลม
-
จำลองสถานการณ์/ฝึกซ้อม
-
พยายามป้องกันไม่ให้ถูกจับเป็นตัวประกัน
6.
ประเด็นการเดินทาง /ขนย้ายผู้ป่วย
-
ไม่ขับรถมอเตอร์ไซด์คนเดียว
-
ไม่เดินทางตรงเวลาเดียวกันทุกๆวัน
-
ไม่เดินทางคนเดียว
-
พยายามไม่มีเรื่องกับใครในพื้นที่
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไข้ของโรงพยาบาล
- จัดรับส่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
และเดินทางเป็นกลุ่ม เช่น รถตู้ 12 ที่นั่ง
-
การจอดรถรับส่ง ควรเปลี่ยนสถานที่รับส่งบ้าง เช่น ช่วงเวลาเสี่ยง สถานที่เสี่ยง
-
มีหน่วยคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ เช่น
เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย (เส้นทางเปลี่ยว)
-
ขณะเดินทางควรระวัง (ว่ามีใครตามหรือไม่ / ดูกระจกหลัง)
-
ถ้าไม่รู้สึกปลอดภัย ให้ประสานขอกำลังคุ้มกัน เป็นช่วงๆ
-
ไม่ควรลงพื้นที่ถ้าสถานการณ์ไม่ดี
-
ถ้ารู้สึกถูกตามให้เข้าชุมชน
-
ก่อนออกโรงพยาบาล เตรียมยานพาหนะ ยางอะไหล่
น้ำมันให้พร้อม (ให้ทำเป็น check list) ก่อนออกเดินทาง
-
เส้นทางคมนาคมต้องระวังเรือใบ ต้องอ้อมเส้นทางที่เสี่ยง
มีวิทยุสื่อสารบนรถ refer
ที่ติดต่อได้ทั้ง รพ.และตำรวจ
เครือข่ายและระบบการสื่อสาร ซึ่งควรใช้มากกว่าหนึ่งช่องทาง เช่น วิทยุ มือถือ
เสียงตามสาย ควรมีระบบที่กระจายเสียงตามสายได้โดยตรง เช่น จาก ER สามารถกระจายเสียงตามสายได้เลย
ไม่ต้องผ่าน operator อาจมีการแจ้งรหัสที่เหมาะสม
ที่สำคัญคือการจัดระบบการสื่อสารภายในซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่ /แต่ละโรงพยาบาล
ตัวอย่างของแบบประเมินที่เป็นลักษณะของ
checklist ซึ่งประยุกต์จาก Threat
Advisory System Response(TASR) Guideline ของ ASIS โดยมีหลักการสำคัญคือ
1.
ต้องมีการประเมินสถานการณ์
โดยใช้ข้อมูลจากส่วนต่างๆเพื่อกำหนดระดับของสถานการณ์ ซึ่งกำหนดเป็น 5 ระดับ
4 กลุ่ม คือ
1.1
สีเขียว(ข) เหตุการณ์ปกติ (กลุ่มที่ 1)
1.2
สีน้ำเงิน(นง) เหตุการณ์ผิดปกติเล็กน้อย
(กลุ่มที่ 1)
1.3
สีเหลือง(ล)
เหตุการณ์ผิดปกติเล็กน้อยและมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น (กลุ่มที่ 2)
1.4
สีส้ม(ส) เหตุการณ์ผิดปกติปานกลาง (กลุ่มที่
3)
1.5
สีแดง(ด) เหตุการณ์ผิดปกติมาก
เตรียมการสำหรับการอพยพ (กลุ่มที่ 4)
2.
แต่ละกลุ่มจะมี 3 องค์ประกอบ คือ
2.1
การตอบสนองภาวะฉุกเฉิน และการดำเนินงานในภาวะวิกฤติ
2.2
การป้องกันบุคคลากร
2.3
การป้องกันกายภาพ
3.
กำหนดผู้รับผิดชอบการประเมินในภาพรวมขององค์กร
4.
กำหนดระยะเวลา ความถี่ของการประเมิน
ในลักษณะยืดหยุ่นที่สอดรับกับสถานการณ์
5.
กำหนดแนวทาง เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ
รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่พบจากการประเมิน
สิ่งที่สำคัญที่สุด จนท. และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ต้องประเมินสถานการณ์ร่วมกัน
|
ระดับ 1 |
|
ระดับความคุกคาม
สีเขียว/น้ำเงิน |
|
ระดับความคุกคาม |
ข้อพิจารณา และมาตรการที่อาจต้องดำเนินการ |
ทำแล้ว/ยัง |
หมายเหตุ |
|
||
|
การตอบสนองภาวะฉุกเฉิน -
การดำเนินงานในภาวะวิกฤต |
|
|||||
|
1 |
ข |
นง |
จัดทำ/พัฒนาแผนการดำเนินงานในภาวะวิกฤต(องค์กรควรพัฒนาแผนโดยครอบคลุมหัวข้อ การเตรียมพร้อม
การป้องกัน การตอบสนอง การกู้ การทดสอบแผนและฝึกอบรม รวมถึงการประเมินผลและดูแลต่อเนื่อง) |
|
|
|
|
2 |
ข |
นง |
ตั้งทีมจัดการเหตุวิกฤต
และทีมรับผิดชอบด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉิน, ทีมกู้ภัยพิบัติ ฯลฯ และฝึกอบรมให้ตรงตามบทบาทหน้าที่ในแต่ละระดับความคุกคาม |
|
|
|
|
3 |
ข |
นง |
เตรียมปฏิบัติตามแผนดำเนินงานในภาวะวิกฤตและแผนสำรอง ให้เหมาะสมกับระดับความคุกคามในปัจจุบัน |
|
|
|
|
4 |
ข |
นง |
ทบทวน และตรวจยืนยันกระบวนการสำหรับการเตรียมพร้อมในระดับความคุกคามที่สูงขึ้น |
|
|
|
|
5 |
ข |
นง |
จัดตั้งศูนย์กลางการบัญชาการตอบสนองภาวะวิกฤต เพื่อดำเนินการตามแผนสำรอง
ตอบสนอง และกู้วิกฤต ตรวจสอบยืนยันว่าอุปกรณ์สื่อสารพร้อมใช้งาน
ทั้งวิทยุ โทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ต |
|
|
|
|
6 |
ข |
นง |
เตรียมความพร้อมรับเหตุอุทกภัย
หรือผลความเสียหายอื่น ที่สืบเนื่องจากระเบิดหรือเหตุร้ายในทำนองเดียวกัน |
|
|
|
|
7 |
ข |
นง |
ทำอันดับรายชื่อบุคคลที่จะเป็นผู้สั่งการในภาวะวิกฤต |
|
|
|
|
8 |
ข |
นง |
หากเป็นไปได้ ให้ติดตามที่อยู่ของบุคลากรที่ไปอบรมหรือลาพักผ่อนกลับมา |
|
|
|
|
9 |
ข |
นง |
ทบทวนงบประมาณสนับสนุนมาตรการด้านความปลอดภัยที่จำเป็นเผื่อสำหรับกรณีที่ต้นทุนอาจสูงขึ้นเนื่องจากภาวะวิกฤต |
|
|
|
|
10 |
ข |
นง |
พัฒนาแบบฝึกหัดสำหรับซักซ้อมกระบวนการ
ขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ที่เหมาะสม |
|
|
|
|
11 |
ข |
นง |
วางแผนสำหรับสถานที่ทำงานทดแทนหลังการอพยพออกจากที่ทำงานเดิม รวมทั้งการเตรียมอาหารแห้ง
ถุงนอน ยา น้ำดื่ม และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับคนที่ต้องอยู่ในสถานที่ได้จัดเตรียมไว้ เตรียมสำเนาเอกสาร
เอกสารอิเล็คทรอนิคส์ที่จำเป็นขององค์กร(การเงิน, งานบุคคล, กฎหมาย ฯลฯ)
การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับสถานที่ทำงานทดแทนนั้น |
|
|
|
|
12 |
ข |
นง |
จัดเก็บเอกสารสำคัญในที่ปลอดภัย
เช่น เอกสารการเงิน งานบุคคล กฎหมาย เป็นต้น |
|
|
|
|
13 |
ข |
นง |
ฝึกซ้อมขั้นตอนปฏิบัติในการอพยพคนออกจากอาคารในภาวะฉุกเฉินให้เจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อให้เกิดความพร้อมกรณีเกิดเหตุการณ์จริง |
|
|
|
|
14 |
ข |
นง |
สร้างความเข้าใจ
และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น เช่นที่ว่าการอำเภอ
สถานีตำรวจภูธร เทศบาล อบต. หน่วยดับเพลิง
กำหนดวิธีการติดต่อสื่อสารหลัก และวิธีสำรอง จัดทำรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ประสานงานหลักให้ไว้แก่องค์กรที่จะทำหน้าที่ตอบสนองเหตุฉุกเฉิน ยืนยันให้แน่ใจว่าหน่วยงานท้องถิ่นเข้าใจโครงสร้างทางกายภาพ และกระบวนการทำงานขององค์กร กำหนดสถานที่สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน |
|
|
|
|
15 |
ข |
นง |
เชิญหน่วยดับเพลิงท้องถิ่น
ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมฝึกซ้อมกับทีมตอบสนองต่อเหตุวิกฤต และทีมที่เกี่ยวข้องอื่น
ๆ |
|
|
|
|
16 |
ข |
นง |
ทำงานร่วมกับทีมฉุกเฉิน(อาจรวมมูลนิธิ
หน่วยกู้ภัยภัยต่าง ๆ ) ที่ทำหน้าที่เข้าถึงที่เกิดเหตุชุดแรก เพื่อตระเตรียมพื้นที่ประเมินแยกประเภทผู้ป่วย และแผนสำรอง
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน่วยกู้ภัยที่จะเข้าถึงจุดเกิดเหตุชุดแรก ผ่านการอบรมการปฐมพยาบาล |
|
|
|
|
17 |
ข |
นง |
พัฒนาความสัมพันธ์กับสื่อมวลชน
และยุทธศาสตร์การสื่อสาร รวมทั้งการจัดสถานที่สำหรับสื่อมวลชน
การฝึกบุคลากรเพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับสื่อ |
|
|
|
|
18 |
ข |
นง |
จัดหาผู้ให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิต สำหรับกรณีที่อาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น |
|
|
|
|
19 |
ข |
นง |
ตั้งสายด่วนรับวิกฤต
เพื่อรับโทรศัพท์และให้ข้อมูลแก่บุคคล สมาชิกครอบครัว
และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤต |
|
|
|
|
20 |
ข |
นง |
จัดให้มีการติดตามข่าวจากโทรทัศน์
วิทยุ และรายงานข่าวอื่น ๆ เป็นระยะ ๆ
โดยจัดไว้ในศูนย์กลางการบัญชาการ |
|
|
|
|
21 |
ข |
นง |
พัฒนา
"canned message" (ข้อความที่มีบันทึกไว้ล่วงหน้าพร้อมเผยแพร่ในเหตุฉุกเฉิน) ที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้นำองค์กรแล้ว ซึ่งสามารถกระจายไปยังผู้ปฏิบัติในการประกาศภาวะการเตรียมพร้อมระดับต่าง ๆ ระบุให้ชัดเจนว่า
จะใช้ข้อความเมื่อใด โดยใคร และกระจายอย่างไร |
|
|
|
|
22 |
ข |
นง |
วางแผนการสื่อสารสำรองในกรณีที่สายโทรศัพท์ใช้การไม่ได้ พิจารณาความพร้อมของการสื่อสารผ่านดาวเทียม
ถ้าโทรศัพท์มือถือใช้ไม่ได้ |
|
|
|
|
23 |
ข |
นง |
จัดให้มีสายโทรศัพท์พิเศษไว้ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินโดยแยกต่างหากจากตู้ชุมสายของอาคาร และจัดให้มีวิธีการสื่อสารสำรองไว้ด้วย |
|
|
|
|
24 |
ข |
นง |
ประเมินระดับความคุกคามที่มีต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดให้มีการจัดการความเสี่ยงของข้อมูลและสารสนเทศ |
|
|
|
|
25 |
ข |
นง |
ทบทวนและตรวจสอบยืนยันแผนตอบสนองด้านความปลอดภัยของระบบข้อมูลและสารสนเทศ ถ้ามีอยู่เดิมแล้ว |
|
|
|
|
26 |
ข |
นง |
ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
เกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบข้อมูลและสารสนเทศ |
|
|
|
|
27 |
ข |
นง |
วางแผนและเตรียมการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ
ทั้งเครือข่าย ระบบ และเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดตอนในการติดต่อเครือข่ายในภาวะวิกฤต |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การป้องกันบุคลากร |
|
|||||
|
28 |
ข |
นง |
สำเนาเอกสารขั้นตอนปฏิบัติในภาวะฉุกเฉินและแนวทางการดำเนินการขององค์กรที่สำคัญให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ขายสินค้า
|
|
|
|
|
29 |
ข |
นง |
พัฒนาการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในสถานที่ทำงานทดแทนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ที่สำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทหน้าที่ที่ไม่ได้ปฏิบัติอยู่เป็นประจำในภาวะปกติ |
|
|
|
|
30 |
ข |
นง |
พัฒนากระบวนการและการฝึกอบรมสำหรับภาวะฉุกเฉินสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีความจำเป็นพิเศษ(เช่นมีความพิการ) |
|
|
|
|
31 |
ข |
นง |
ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อเพิ่มความระแวดระวังในสิ่งต่าง
ๆ รอบตัว และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งการวางแผนด้านความปลอดภัยสำหรับครอบครัว จัดเตรียมการฝึกอบรมและเอกสารแนวทางสำหรับแผนการหลบภัยในสถานที่(shelter
in place) |
|
|
|
|
32 |
ข |
นง |
ถ้ามีระบบควบคุมการผ่านเข้าออก/ตรวจจับการบุกรุก
เช่น กล้องวงจรปิด สัญญาณเตือนภัย กุญแจล็อก
ไฟส่องสว่าง คีย์การ์ด ฯลฯ อยู่แล้ว ให้ตรวจสอบยืนยันว่าอุปกรณ์อยู่ในสภาพดี
พร้อมใช้งานหรือไม่ ถ้าไม่ ให้ซ่อมแซมให้เรียบร้อย |
|
|
|
|
33 |
ข |
นง |
ทบทวนและตรวจสอบการฝึกอบรมพื้นฐานแก่บุคลากรเกี่ยวกับการรับมือเหตุฉุกเฉินว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ภาวะคุกคามในปัจจุบัน |
|
|
|
|
34 |
ข |
นง |
ทันเหตุการณ์ปัจจุบัน
ติดตามรายงานข่าวโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ |
|
|
|
|
35 |
ข |
นง |
เตรียมแผนสำรองในกรณีขาดแคลนน้ำ
พลังงานความร้อน การปรับอากาศ และไฟฟ้า |
|
|
|
|
การป้องกันทางกายภาพ |
|
|||||
|
36 |
ข |
นง |
ทบทวนและยืนยันการเตรียมเจ้าหน้าที่เสริม/สำรอง เพื่อสนับสนุนงานด้านระบบความปลอดภัยและการดำเนินงานต่าง
ๆ ขององค์กร |
|
|
|
|
37 |
ข |
นง |
เตรียมการ
และทบทวนการประเมินความเสี่ยงของ อาคารสถานที่ ทรัพย์สิน และบุคลากร |
|
|
|
|
38 |
ข |
นง |
ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเรื่องการตอบสนองที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับ
ในกรณีที่เกิดความวุ่นวาย การขู่วางระเบิด การเดินขบวน การประท้วงต่าง ๆ |
|
|
|
|
39 |
ข |
นง |
จัดให้มีกุญแจกลางที่เปิดได้ทุกประตู(master
key) ของอาคาร สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม |
|
|
|
|
40 |
ข |
นง |
ตรวจสอบประวัติของลูกจ้างของบริษัทคู่สัญญาที่มาทำงานเต็มเวลาในองค์กร |
|
|
|
|
41 |
ข |
นง |
จัดให้มีการทดสอบการเจาะระบบควบคุมการผ่านเข้าออก/ตรวจจับการบุกรุก |
|
|
|
|
42 |
ข |
นง |
ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง
ๆ ที่อยู่ด้านนอก หรือใกล้ ๆ อาคาร |
|
|
|
|
43 |
ข |
นง |
พัฒนากระบวนการตรวจสอบสิ่งของที่เจ้าหน้าที่
บริษัทคู่สัญญา หรือแขกนำเข้าไปในอาคาร |
|
|
|
|
44 |
ข |
นง |
พัฒนาแผน
และพิจารณาการใช้ยานพาหนะสำหรับระบบความปลอดภัย ทั้งชนิดแสดงตัวและไม่แสดงตัว |
|
|
|
|
45 |
ข |
นง |
ฝึกอบรมเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยในเรื่องที่จำเป็นเฉพาะอย่างขององค์กร เช่น
เทคนิคการตรวจยานพาหนะ แผนจำกัดการเข้าถึงยานพาหนะเป็นต้น |
|
|
|
|
46 |
ข |
นง |
ติดตั้งสัญญาณเตือนภัยจากเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ
และ/หรือ ป้อมยามที่อยู่ไกลออกไป สำนักงานของผู้บริหาร
และจุดผ่านเข้าออกที่สำคัญ ซึ่งจะส่งไปยังศูนย์บัญชาการกลาง |
|
|
|
|
47 |
ข |
นง |
ติดตั้งสิ่งกีดขวางไม่ให้ยานยนต์สามารถขับฝ่าทะลุประตูทางเข้าอาคารได้ ซึ่งอาจใช้การวางกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ หรือ แท่งคอนกรีต ฯลฯ ความเหมาะสม |
|
|
|
|
48 |
ข |
นง |
ให้เจ้าหน้าที่เรียนรู้วิธีการปิดไฟฟ้า
แก๊ส และน้ำ และให้แน่ใจว่ามีการเตรียมขั้นตอนวิธีปฏิบัติในการปิดระบบฉุกเฉินดังกล่าว ให้สามารถรับมือกรณีการใช้พิษสารเคมีทั้งภายใน
และภายนอกได้ |
|
|
|
|
49 |
ข |
นง |
จัดเตรียมสถานที่ปลอดภัยในอาคาร
ซึ่งมีระบบความอบอุ่น การระบายอากาศ การปรับอากาศ และกรองอากาศ
แยกเป็นของตนเอง และพร้อมสำหรับเจ้าหน้าที่
ในกรณีที่ระบบดังกล่าวถูกปิด |
|
|
|
|
50 |
ข |
นง |
หาแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรอง และตรวจยืนยันว่าใช้การได้จริง เตรียมการให้มั่นใจได้ว่าจะมีน้ำมันดีเซลพอสำหรับการปั่นไฟฉุกเฉินได้ในระยะยาว |
|
|
|
|
51 |
ข |
นง |
จัดหาหรือทบทวนแผนที่
แปลน แผนผังอาคารสถานที่ โดยเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัยเพื่อไว้ใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง |
|
|
|
|
52 |
ข |
นง |
หาสถานที่เก็บสิ่งของสำคัญสำรองไว้
ในกรณีที่มีวัตถุอันตรายอยู่ใน หรือ ใกล้ตัวอาคาร |
|
|
|
|
53 |
ข |
นง |
ทางเข้าและทางออกควรมีทางเดียว
และติดตั้งสัญญาณฉุกเฉินไว้ |
|
|
|
|
54 |
ข |
นง |
จัดสถานที่ให้เป็นการเฉพาะสำหรับการรับจดหมาย
และพัสดุไปรษณีย์ |
|
|
|
|
55 |
ข |
นง |
จัดทำแผนสำหรับศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในอาคารสำรองที่เตรียมไว้ เพื่อใช้สั่งการปฏิบัติการตอบสนองและกู้สถานการณ์หลังการอพยพฉุกเฉินขององค์กร จัดเตรียมและตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์สื่อสาร
เช่น วิทยุ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเตอร์เน็ต |
|
|
|
|
56 |
ข |
นง |
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทางออกฉุกเฉินที่มีอยู่ไม่ถูกปิดกั้น หรือมีสิ่งกีดขวาง
จัดให้มีการตรวจตราเป็นประจำว่าสามารถใช้การได้ดี |
|
|
|
|
57 |
ข |
นง |
สำรวจพื้นที่รอบ
ๆ เพื่อพิจารณากิจกรรมที่อาจเพิ่มระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
เช่น สนามบิน สถานที่ราชการ โรงงานอุตสาหกรรม ระบบท่อลำเลียง ฯลฯ |
|
|
|
|
ระดับ 2 ระดับความคุกคาม
สีเหลือง |
|
|||||
|
ระดับความคุกคาม |
ข้อพิจารณา และมาตรการที่อาจต้องดำเนินการ |
ทำแล้ว/ยัง |
หมายเหตุ |
|
||
|
การตอบสนองภาวะฉุกเฉิน -
การดำเนินงานในภาวะวิกฤต |
|
|||||
|
1 |
ล |
ตรวจสอบให้มั่นใจว่าเอกสารแผนฉุกเฉิน แผนดำเนินงาน/กู้สถานการณ์
เป็นปัจจุบัน เช่น รายการติดต่อ กระบวนการแจ้งข่าว ทบทวนและตรวจสอบยืนยันแผนการติดต่อสื่อสารภายในองค์กรในกรณีฉุกเฉินในด้านความถูกต้องของชื่อและหมายเลขต่าง ๆ |
|
|
|
|
|
2 |
ล |
ซักซ้อมแบบฝึกหัดกระบวนการ
ขั้นตอนต่าง ๆ ตามความเหมาะสม |
|
|
|
|
|
3 |
ล |
ให้เจ้าหน้าที่ทีมจัดการเหตุวิกฤตและทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ร่วมกันทบทวนแผนฉุกเฉิน แผนดำเนินงาน/กู้สถานการณ์
ยืนยันบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ |
|
|
|
|
|
4 |
ล |
ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินให้เหมาะสมกับข้อมูลสถานการณ์ภาวะคุกคามในปัจจุบัน |
|
|
|
|
|
5 |
ล |
ตรวจสอบยืนยันว่ามีโทรศัพท์เคลื่อนที่และวิทยุติดตามตัวพร้อมที่จะแจกจ่ายให้สมาชิกทีมจัดการเหตุวิกฤตและทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ
พิจารณาความจำเป็นในการส่งข้อความ SMS ของ โทรศัพท์เคลื่อนที่ |
|
|
|
|
|
6 |
ล |
ตรวจสอบยืนยันเครื่องมือ
อุปกรณ์ รายชื่อและขั้นตอนการติดต่อสื่อสารในศูนย์กลางการบัญชาการ |
|
|
|
|
|
7 |
ล |
ตรวจสอบยืนยันหมายเลขติดต่อและทำความเข้าใจร่วมกันกับหน่วยงานท้องถิ่นนอกองค์กร เช่น
ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ ดับเพลิง เป็นต้น |
|
|
|
|
|
8 |
ล |
ติดตามตรวจสอบข่าวสถานการณ์ภาวะคุกคาม
ทั้งจากหน่วยงานท้องถิ่น ส่วนกลาง
และหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัย |
|
|
|
|
|
9 |
ล |
ทบทวนรายชื่อของบุคคลที่ควรได้รับการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติจากระบบตรวจสอบความปลอดภัย เช่น
ระบบตรวจสอบการบุกรุกในระบบเครือข่ายสารสนเทศ |
|
|
|
|
|
10 |
ล |
กระตุ้นให้เจ้าหน้าที่มีความตระหนักด้านความปลอดภัยมากขึ้น ในแง่ที่เกี่ยวกับความร่วมมือกับองค์กร |
|
|
|
|
|
11 |
ล |
ทบทวนแผนกู้สถานการณ์เพื่อให้มั่นใจว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน |
|
|
|
|
|
12 |
ล |
ตรวจสอบรายการตรวจสอบ(checklists)
แกนนำ/ผู้ประสานงาน ทะเบียนคุมอุปกรณ์ระบบสารสนเทศให้เป็นปัจจุบัน |
|
|
|
|
|
การป้องกันบุคลากร |
|
|||||
|
13 |
ล |
ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในสถานที่ทำงานทดแทนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ที่สำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทหน้าที่ที่ไม่ได้ปฏิบัติอยู่เป็นประจำในภาวะปกติ |
|
|
|
|
|
14 |
ล |
เน้นย้ำ
ให้ความสำคัญของการรู้ข้อมูลการลางาน การกลับเข้าทำงาน และที่อยู่ปัจจุบันของเจ้าหน้าที่ทุกคนมากขึ้น |
|
|
|
|
|
15 |
ล |
เตรียมตัวรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นเรื่องการป้องกันสิ่งคุกคามของเจ้าหน้าที่ |
|
|
|
|
|
16 |
ล |
ตรวจสอบให้มั่นใจว่าข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยได้ถูกสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ทั่วทั้งองค์กรโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้นำองค์กร |
|
|
|
|
|
การป้องกันทางกายภาพ |
|
|||||
|
17 |
ล |
ตรวจสอบให้มั่นใจว่าช่องทางและขั้นตอนการสื่อสารเปิดกว้างให้เข้าถึงได้ และมั่นคงยั่งยืน
เชื่อถือได้ และมีระบบการสื่อสารอื่น ๆ สำรองไว้ |
|
|
|
|
|
18 |
ล |
ทบทวนมาตรการรับสถานการณ์ภาวะคุกคามเป็นระยะ
ๆ ให้มีความเป็นปัจจุบัน
เนื่องจากสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว |
|
|
|
|
|
19 |
ล |
ตรวจสอบสิ่งของที่เจ้าหน้าที่
บริษัทคู่สัญญา หรือแขกนำเข้าไปในอาคาร |
|
|
|
|
|
20 |
ล |
ใช้มาตรการด้านความปลอดภัยพิเศษใด
ๆ ที่ใช้เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรม |
|
|
|
|
|
21 |
ล |
ทบทวนและตรวจสอบการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยเรื่องการตรวจสอบยานพาหนะ |
|
|
|
|
|
22 |
ล |
รักษาระดับความระแวดระวัง
และตื่นตัวต่อกิจกรรม เหตุการณ์ และพฤติกรรมที่ผิดปกติเป็นพิเศษ |
|
|
|
|
|
23 |
ล |
สรุปรายงานประจำวันแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย |
|
|
|
|
|
24 |
ล |
ตรวจสอบระบบความปลอดภัย |
|
|
|
|
|
25 |
ล |
ติดตามข่าวจากสื่อต่าง
ๆ และรายงานจากหน่วยงานฉุกเฉินและหน่วยงานรักษากฎหมาย |
|
|
|
|
|
26 |
ล |
ปิดทางเข้าออกหน่วยงานในช่วงนอกเวลาทำการ จำกัดการเข้าออกตามความเหมาะสม |
|
|
|
|
|
27 |
ล |
ดูแลบริเวณนอกตัวอาคารไม่ให้มีวัสดุ สิ่งของที่อาจใช้ในการซ่อน
พรางตัวได้ |
|
|
|
|
|
28 |
ล |
จัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลบริเวณรับส่งสินค้า |
|
|
|
|
|
29 |
ล |
ตรวจสอบยืนยันใบขับขี่ของคนขับรถขนส่งสินค้า
ใบรับส่งของ เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง |
|
|
|
|
|
30 |
ล |
ตรวจสอบสินค้าที่ส่งมา(cargo)
ตามความจำเป็น |
|
|
|
|
|
31 |
ล |
พิจารณาเพิ่มการตรวจสอบสิ่งของ
พัสดุที่ส่งมายังองค์กร |
|
|
|
|
|
32 |
ล |
จัดการการเก็บบันทึกกำหนดการเดินทางของทีมจัดการเหตุวิกฤตและทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ
อย่างเหมาะสม |
|
|
|
|
|
33 |
ล |
เก็บบันทึกและทบทวนประเมินความเสี่ยงและความปลอดภัยของกำหนดการเดินทางของผู้บริหารระดับสูงกับเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย |
|
|
|
|
|
34 |
ล |
ตรวจสอบยืนยันสัญญาณเตือนภัย
อุปกรณ์ควบคุมการเข้าออก อุปกรณ์ตรวจจับการบุกรุก และระบบพื้นฐานของอาคารให้เหมาะสมกับสถานการณ์ภาวะคุกคาม |
|
|
|
|
|
35 |
ล |
ตรวจสอบการจัดเก็บเครื่องมืออุปกรณ์นอกสถานที่ |
|
|
|
|
|
ระดับ 3 ระดับความคุกคาม
สีส้ม |
|
|||||
|
ระดับความคุกคาม |
ข้อพิจารณา และมาตรการที่อาจต้องดำเนินการ |
ทำแล้ว/ยัง |
หมายเหตุ |
|
||
|
การตอบสนองภาวะฉุกเฉิน -
การดำเนินงานในภาวะวิกฤต |
|
|||||
|
1 |
ส |
ใช้แผนฉุกเฉินและแผนสำรองตามความจำเป็น |
|
|
|
|
|
2 |
ส |
เพิ่มความถี่ของการติดตามข่าวสถานการณ์ภาวะคุกคาม |
|
|
|
|
|
3 |
ส |
จำกัดการเดินทางและการลาพักของเจ้าหน้าที่ทีมจัดการเหตุวิกฤตและทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ |
|
|
|
|
|
4 |
ส |
ให้เจ้าหน้าที่ทีมจัดการเหตุวิกฤตและทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ร่วมกันทบทวนข้อมูลที่มีความจำเพาะมากขึ้น
เช่น จากหน่วยงานรักษากฎหมาย สื่อ หรือแหล่งข่าวอื่น ๆ
เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเป็นไปได้ต่อองค์กร |
|
|
|
|
|
5 |
ส |
ให้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารอื่น ๆ
แก่เจ้าหน้าที่ทีมจัดการเหตุวิกฤตและทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ |
|
|
|
|
|
6 |
ส |
ตรวจสอบสถานที่ทำงานทดแทน และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านการกู้สถานการณ์ว่าสามารถทำงานได้ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย |
|
|
|
|
|
7 |
ส |
ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์สำรองว่ามีการเตรียมพร้อม
ดูแลรักษา เพียงพอที่จะสนับสนุนปฏิบัติการกู้สถานการณ์ |
|
|
|
|
|
8 |
ส |
เพิ่มระดับความตื่นตัวและเตรียมพร้อมของเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของระบบสารสนเทศให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานในภาวะวิกฤตขององค์กร |
|
|
|
|
|
9 |
ส |
เตรียมตัดการเชื่อมต่อกับภายนอกทางอินเตอร์เน็ตสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็น |
|
|
|
|
|
การป้องกันสำหรับบุคลากร |
|
|||||
|
10 |
ส |
ให้เจ้าหน้าที่มีความระแวดระวังและรายงานเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยเมื่อพบเหตุการณ์ วัตถุ
บุคคล ยานพาหนะแปลกปลอม ที่น่าสงสัยโดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุ และยานพาหนะที่ไม่มีเจ้าของ |
|
|
|
|
|
12 |
ส |
ให้เจ้าหน้าที่รายงานคำถามจากสื่อต่าง
ๆ แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ขององค์กร |
|
|
|
|
|
13 |
ส |
ทบทวนและตรวจยืนยันวิธีเดินทางสำรองอื่น
ๆ ที่เป็นไปได้ในกรณีที่การคมนาคมหลักไม่สามารถใช้การได้ |
|
|
|
|
|
14 |
ส |
ปรึกษาเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเดินทางออกนอกพื้นที่ |
|
|
|
|
|
การป้องกันทางกายภาพ |
|
|||||
|
16 |
ส |
ทบทวนแผนในการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง หรือข้อขัดข้องในระบบการคมนาคมขนส่ง ปรึกษาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวกับการควบคุมการใช้
และการผ่านเข้าออก ถนนสาธารณะที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการคุกคาม |
|
|
|
|
|
17 |
ส |
ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ด้านอาคารสถานที่เกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับแขกผู้มาใช้บริการ |
|
|
|
|
|
18 |
ส |
เตรียมการสำหรับการอพยพ
การปิดบริการ และการรักษาความปลอดภัยสำหรับทุกหน่วยงานย่อยในองค์กร |
|
|
|
|
|
19 |
ส |
เพิ่มการตรวจตรารักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอก พิจารณาความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่
และขยายช่วงเวลาการปฏิบัติหน้าที่ |
|
|
|
|
|
20 |
ส |
มอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ในศูนย์กลางการบัญชาการ ที่คอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ด้วยกล้องวงจรปิดตลอดเวลา |
|
|
|
|
|
21 |
ส |
เพิ่มความระแวดระวัง
และการเฝ้าระวังตรวจตราของทุกอาคาร |
|
|
|
|
|
22 |
ส |
ประเมินความจำเป็นในการใช้เครื่องหมายแสดงตนพิเศษของเจ้าหน้าที่ ใช้บัตรประจำตัวที่ติดรูปถ่ายซึ่งออกให้โดยหน่วยงานในการตรวจสอบบุคคล ควรมีการแลกบัตรการเข้าออกอาคารทุกครั้ง |
|
|
|
|
|
23 |
ส |
ประเมินการตรวจสอบยานพาหนะ
เช่น ให้มีการตรวจใต้ท้องรถ ใต้หลังคา และในกระโปรงท้าย |
|
|
|
|
|
24 |
ส |
ตรวจสอบยานพาหนะทุกคันที่จอดอย่างผิดระเบียบทั้งภายในและรอบอาคาร ตรวจสอบคนขับและให้ย้ายรถในทันที
หากไม่พบคนขับให้ลากรถออกไป |
|
|
|
|
|
25 |
ส |
ประสานกับฝ่ายอาคารสถานที่และเพิ่มการตรวจสอบภายในและรอบ
ๆ อาคารเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ และระบบฉุกเฉินต่าง ๆ
เช่น เครื่องปั่นไฟ ระบบไฟฉุกเฉิน สัญญาณอัคคีภัย
รั้วอยู่ในสภาพสมบูรณ์ |
|
|
|
|
|
26 |
ส |
เตรียมจำกัดการเข้าออกให้เหลือเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่จำเป็น |
|
|
|
|
|
27 |
ส |
จำกัดการใช้ถนนและที่จอดรถตามความเหมาะสม |
|
|
|
|
|
28 |
ส |
เพิ่มการตรวจสอบระบบพื้นฐานของอาคาร
เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ก๊าซให้สามารถปิด-เปิดระบบในกรณีฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เตรียมสถานการณ์ที่ต้องมีการปิด-เปิดระบบเหล่านี้ |
|
|
|
|
|
29 |
ส |
ตรวจสอบ
รักษาความปลอดภัยห้องที่ไม่มีคนอยู่ประจำ เช่น ห้องประชุม ห้องสมุด
ห้องเก็บของ |
|
|
|
|
|
30 |
ส |
พิจารณาการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่สำคัญของเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภายนอก เช่น
พนักงานของบริษัททำความสะอาด |
|
|
|
|
|
31 |
ส |
เพิ่มไฟส่องสว่าง
ตัดแต่งต้นไม้ เพื่อให้สามารถมองเห็นทั่วทั้งบริเวณของหน่วยงานได้โดยสะดวก |
|
|
|
|
|
32 |
ส |
ตรวจสอบยืนยันรายการการขนส่งและซ่อมบำรุงของร้านค้าต่าง ๆ |
|
|
|
|
|
33 |
ส |
หากจำเป็น ให้เพิ่มการตรวจสอบจดหมายและพัสดุที่ส่งเข้ามาทั้งหมดระวังจดหมายและพัสดุที่ไม่มีชื่อที่อยู่ของผู้ส่ง หรือมีรอยเปื้อน/ผงแป้ง |
|
|
|
|
|
34 |
ส |
ตรวจสอบสินค้าที่มาส่งทุกชนิด |
|
|
|
|
|
35 |
ส |
งดการมาเยี่ยมชม ดูงาน
ที่ไม่จำเป็น |
|
|
|
|
|
36 |
ส |
จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กลางการบัญชาการในช่วงเวลาปกติ ทบทวนรายชื่อ
และทดสอบการเรียกเจ้าหน้าที่เข้าประจำการ ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องมือต่าง
ๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน |
|
|
|
|
|
ระดับ 4 ระดับความคุกคาม สีแดง |
||||||
|
ระดับความคุกคาม |
ข้อพิจารณา และมาตรการที่อาจต้องดำเนินการ |
ทำแล้ว/ยัง |
หมายเหตุ |
|
||
|
การตอบสนองภาวะฉุกเฉิน -
การดำเนินงานในภาวะวิกฤต |
|
|||||
|
1 |
ด |
ให้เจ้าหน้าที่ทีมจัดการเหตุวิกฤตและทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ร่วมกันจัดการใช้แผนฉุกเฉินรับสถานการณ์และ/หรือแผนดำเนินงาน/กู้สถานการณ์เพื่อรับภาวะคุกคามที่มีผลกระทบต่อองค์กร บุคลากร
|
|
|
|
|
|
2 |
ด |
เปิดศูนย์กลางการบัญชาการโดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด
24 ชั่วโมงโดยไม่เว้นวันหยุด |
|
|
|
|
|
3 |
ด |
แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเรื่องการอพยพบุคลากรและปิดองค์กร |
|
|
|
|
|
4 |
ด |
เตรียมปิดอาคาร
ดูแลรักษาทรัพย์สิน ปิดอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ในกรณีมีการอพยพ
หากจำเป็น ให้เตรียมมอบหมายเจ้าหน้าที่ให้ทำหน้าที่ดูแลสถานที่เดิม
กำหนดขั้นวิธีการ และเวลาการเปิดทำงานใหม่อีกครั้ง |
|
|
|
|
|
5 |
ด |
เตรียมและดูแลรักษาช่องทางการติดต่อสื่อสารไว้ใช้เป็นพิเศษล่วงหน้าในกรณีฉุกเฉิน เช่น
โทรศัพท์ โทรสาร อินเตอร์เน็ต |
|
|
|
|
|
6 |
ด |
เตรียมการอพยพเจ้าหน้าที่และสิ่งของที่จำเป็นสำหรับปฏิบัติการกู้สถานการณ์ |
|
|
|
|
|
7 |
ด |
เตรียมการอพยพด้วยมือ(manual
evacuation) ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สนับสนุนที่สำคัญไปยังสถานที่ทำงานทดแทน |
|
|
|
|
|
8 |
ด |
จำกัดการเข้าถึงอาคาร
อุปกรณ์ ระบบไว้สำหรับบุคลากรที่จำเป็นเท่านั้น |
|
|
|
|
|
การป้องกันบุคลากร |
|
|||||
|
9 |
ด |
แนะนำให้บุคลากรสลับสับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางมาทำงาน |
|
|
|
|
|
10 |
ด |
ให้บุคลากรที่ไม่จำเป็นงดมาทำงานโดยไม่ถือเป็นวันลา ใช้ระเบียบการลาที่ยืดหยุ่น |
|
|
|
|
|
11 |
ด |
เตือนให้เจ้าหน้าที่รายงานคำถามจากสื่อต่าง
ๆ แก่เจ้าหน้าที่ฝ่าย ประชาสัมพันธ์ขององค์กร |
|
|
|
|
|
12 |
ด |
งดการเดินทางไปในพื้นที่ที่ถูกโจมตีหรือเป็นเป้าหมายการคุกคาม |
|
|
|
|
|
13 |
ด |
งดการเข้าร่วมการประชุมสัมมนาที่ไม่จำเป็น หรือจัดนอกสถานที่ |
|
|
|
|
|
14 |
ด |
เสริมความระแวดระวังด้านความปลอดภัยต่อสิ่งรอบตัวตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของการถูกโจมตี |
|
|
|
|
|
15 |
ด |
ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ฉุกเฉินให้เพียงพอและจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ |
|
|
|
|
|
16 |
ด |
เติมน้ำมันในยานพาหนะต่าง
ๆ ให้เต็มอยู่เสมอ |
|
|
|
|
|
17 |
ด |
หลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลข่าวสารที่ไม่สำคัญ |
|
|
|
|
|
18 |
ด |
จัดหาผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต ตั้งสายด่วนรับภาวะวิกฤตถ้าเหมาะสม |
|
|
|
|
|
การป้องกันทางกายภาพ |
|
|||||
|
19 |
ด |
ใช้แผนรองรับการเปลี่ยนเส้นทางหรือข้อจำกัดของการคมนาคมขนส่ง |
|
|
|
|
|
20 |
ด |
จัดเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมรับความต้องการที่สำคัญต่าง
ๆ ในภาวะฉุกเฉิน |
|
|
|
|
|
21 |
ด |
เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การลาดตระเวน
ให้เห็นอย่างชัดเจน |
|
|
|
|
|
22 |
ด |
สลับสับเปลี่ยนการใช้วิธีตรวจตราที่จุดผ่านเข้าออก |
|
|
|
|
|
23 |
ด |
เสริมการตรวจตราทุกอาคารและระบบการควบคุมการผ่านเข้าออก/การตรวจจับการบุกรุก เช่น
กล้องวงจรปิด สัญญาณเตือนภัย กุญแจล็อก ไฟส่องสว่าง
คีย์การ์ด ตรวจสอบระบบเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ |
|
|
|
|
|
24 |
ด |
เตรียมการให้ความช่วยเหลือในการอพยพและขั้นตอนฉุกเฉินต่าง
ๆ ให้ความร่วมมือ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยขององค์กร |
|
|
|
|
|
25 |
ด |
จำกัดทางเข้าออกให้เหลือน้อยทีสุดเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน |
|
|
|
|
|
26 |
ด |
ตรวจสอบอาคาร/ห้องว่างปิด
หรือ ล็อกพื้นที่ที่ไม่จำเป็น |
|
|
|
|
|
27 |
ด |
เตรียมตัวปิดหน่วยงาน อุปกรณ์ในกรณีมีการอพยพและประสานกับเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย หากจำเป็นให้ตัดการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายสารสนเทศขององค์กรกับอินเตอร์เน็ต |
|
|
|
|
|
28 |
ด |
ยืนยันสถานะ
ความพอเพียงของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เก็บรักษาไว้นอกสถานที่ |
|
|
|
|
|
29 |
ด |
งดหรือเลื่อนงานจ้างเหมาที่ไม่จำเป็นทั้งหมดหรือตรวจสอบการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่จ้างอย่างต่อเนื่อง |
|
|
|
|
ภาคผนวก
ตัวอย่างของเอกสาร
คู่มือการปฏิบัติการฉุกเฉินในโรงพยาบาล สามารถจัดทำเป็นภาพพลิก สติกเกอร์ ให้เห็นเด่นชัด ณ.จุดปฏิบัติงาน (file self_assessment_ex.doc,
self_assessment_ex.htm)