การเตรียมตัวรับอุบัติภัยในสถานการณ์การก่อการร้าย

นพ. วรวิทย์ กิติศักดิ์รณกรณ์ สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข

แนวทางทั่วไป

·        ไม่ว่าจะอยู่สถานที่ใดก็ตาม ให้ระมัดระวังตลอดเวลา เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการก่อการร้ายจะเกิดขึ้นเมื่อใด

·     เมื่อต้องเดินทางให้ระมัดระวังในเรื่อง ระวังเรื่องการถูกติดตามจับตามอง หรือพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล ปฏิเสธการรับกล่องหรือหีบห่อจากคนแปลกหน้า อย่าทิ้งสัมภาระไว้โดยลำพัง เมื่อพบเหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลหรือพบหีบห่อที่น่าสงสัย หรืออุปกรณ์เครื่องมือที่ไม่คุ้นเคย ให้แจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือตำรวจทราบทันที

·        อย่ากลัวหรือลังเลที่จะหลบหลีกจากเหตุการณ์ที่รู้สึกว่าผิดปกติ

·     เรียนรู้ทางออกฉุกเฉินของอาคารที่คุณเดินทางไปบ่อยๆ สำหรับอาคารที่ไม่คุ้นเคยถ้าจำเป็นต้องเข้าไปให้ศึกษาทางออกให้ดีเสียก่อน วางแผนการหนีออกอาคาร สถานที่แออัด การจราจรที่แออัด ตำแหน่งของบันไดหนีไฟ สังเกตสิ่งของที่อาจแตกหักตกหล่นลงมาถ้าเกิดระเบิดขึ้น

·     รวบรวมชุดอุปกรณ์ช่วยเหลือยามที่จำเป็นสำหรับเตรียมรับอุบัติภัย เรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น บรรจุในกระเป๋าหรือกล่อง เตรียมพร้อมสำหรับนำติดตัวไปด้วยกรณีที่มีการอพยพผู้คนฉุกเฉิน

·     เรียนรู้ให้เกิดความคุ้นเคยวิธีการใช้เครื่องดับเพลิง ที่ตั้งของถังดับเพลิง หมวกนิรภัย ในอาคาร จะได้ไม่เสียเวลาในการค้นหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

การเตรียมรับสถานการณ์กรณีมีการระเบิดตึก

·        การระเบิดตึกอาจทำให้เกิดตึกถล่ม ไฟไหม้ ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในตึกที่มีหลายชั้น ควรปฏิบัติดังนี้

·        ทบทวนแผนการอพยพคนในกรณีฉุกเฉิน ศึกษาตำแหน่งประตูทางออกฉุกเฉิน

·        ติดตั้งเครื่องดับเพลิงให้ถูกต้องเป็นระเบียบ ทราบสถานที่ตั้ง และเรียนรู้วิธีการใช้

·        เรียนรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยขอข้อมูลและฝึกอบรมจากบุคลากรทางการแพทย์

·        เจ้าของอาคารควรดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆในแต่ละชั้น ประกอบด้วย

o       วิทยุพกพา และแบตเตอรี่สำรอง

o       ไฟฉุกเฉิน และแบตเตอรี่สำรอง

o       ชุดอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและคู่มือการใช้

o       หมวกนิรภัย

o       ผ้าเทปเรืองแสง (Florescent tape) สำหรับปิดล้อมบริเวณที่อาจเป็นอันตราย

กรณีมีการขู่วางระเบิด

·     กรณีได้รับแจ้งข่าวว่ามีการขู่วางระเบิด ให้ถามข้อมูลจากผู้ที่โทรติดต่อมาให้มากที่สุด บันทึกทุกอย่างที่ได้ฟังมา แล้วรีบแจ้งตำรวจและผู้รับผิดชอบอาคาร

·     เมื่อมีประกาศแจ้งว่าจะมีการวางระเบิด ห้ามแตะต้องกล่องหรือหีบห่อต้องสงสัย เคลียร์พื้นที่รอบๆ กล่องหรือหีบห่อต้องสงสัยนั้นและแจ้งตำรวจทันที ขณะที่มีการอพยพผู้คนออกจากอาคาร ห้ามยืนบริเวณหน้าต่าง ประตูกระจก หรือบริเวณที่เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายขึ้น ไม่ควรกีดขวางเส้นทางที่หน่วยกู้ภัยใช้ปฏิบัติงานหรือ ทางเข้าออกของอาคาร

กรณีหีบห่อหรือจดหมายต้องสงสัย

ลักษณะสิ่งของต้องสงสัย ได้แก่

·        ได้รับจากบุคคลที่เราไม่คุ้นเคย

·        ไม่มีชื่อ ที่อยู่ผู้ส่ง หรือเป็นชื่อ ที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สามารถตรวจสอบได้

·        เขียนกำกับด้วยข้อความที่เป็นข้อจำกัด เช่น “เฉพาะบุคคล” “ลับ” “ห้าม เอกซ์เรย์”

·        มีลวด หรือ อลูมิเนียมฟอยล์โผล่ออกมา มีรอยเปื้อน หรือมีกลิ่นผิดปกติ

·        ชื่อ ที่อยู่ผู้ส่ง กับรอยประทับตรา ไปรษณีย์ต้นทางไม่ตรงกัน

·        น้ำหนักผิดปกติจากที่ควรจะเป็นเมื่อเปรียบเทียบกับขนาด หรือมีรูปทรงประหลาด

·        มีข้อความเป็นคำขู่

·        มีป้ายฉลากที่ไม่เหมาะสมหรือผิดปกติ

·        ใช้วัสดุห่อหุ้มหีบห่อเช่น ผ้าเทปหรือเชือกที่แน่นหน้าผิดปกติ

·        จ่าหน้าซองถึงผู้รับที่ไม่ได้ทำงานในสำนักงานนี้แล้ว

·        ระบุคำนำหน้า ตำแหน่งไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้ระบุชื่อ

 

เมื่อพบหีบห่อที่สงสัยว่าจะมีวัตถุระเบิด ให้ระวังว่าอาจมีวัตถุมีพิษทั้งด้านชีวภาพและเคมีปะปนมาด้วย โดยดำเนินการดังต่อไปนี้

·        หลีกเลี่ยงการดื่ม รับประทานอาหาร ในบริเวณพื้นที่เก็บไปรษณียภัณฑ์

·        จัดเก็บ ไปรษณียภัณฑ์ ในถุงหรือภาชนะบรรจุ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสิ่งของที่อยู่ภายใน ห้ามสูดดม วัตถุต้องสงสัย

·        กรณีไม่มีภาชนะบรรจุที่เหมาะสม ให้ใช้วัสดุอื่น เช่น ผ้า กระดาษ กระป๋อง ปิดคลุมไปรษณียภัณฑ์นั้น และห้ามเปิดออก

·        ปิดกั้นบริเวณนั้น ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา

·        ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากมือมายังบริเวณหน้า

·     ถ้าเหตุการณ์เกิดในที่ทำงาน ควรแจ้งให้ผู้รับผิดชอบอาคาร หรือหัวหน้างานทราบ เพื่อที่จะได้แจ้งให้ตำรวจหรือผู้มีอำนาจสั่งการ ดำเนินการต่อไป

·        รวบรวมรายชื่อผู้ที่อยู่ให้พื้นที่ที่มีไปรษณียภัณฑ์ต้องสงสัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้สำหรับติดตามตรวจสอบ และให้คำแนะนำต่อไป

·        กรณีเหตุการณ์เกิดที่บ้าน ให้แจ้งตำรวจ

ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดระเบิดขึ้น

·        หนีออกจากอาคารให้เร็วที่สุด ไม่ควรหยุดเพื่อเก็บสิ่งของ หรือเพื่อโทรศัพท์

·        ถ้าขณะนั้นมีสิ่งของร่วงหล่นลงมาให้หลบเข้าไปใต้โต๊ะ หรือที่กำบังที่มั่นคงแข็งแรง

·        เมื่อสิ่งของหยุดร่วง ให้หนีออกมาโดยเร็ว ระวังประตู บันได หรือเศษสิ่งของที่อาจพังลงมาระหว่างที่หนีออกมา

กรณีมีไฟไหม้

·        หมอบลงต่ำ และรีบออกมาให้เร็วที่สุด

·        ปิดปากและจมูกด้วยผ้าเปียก

·     เมื่อมาถึงประตูที่ปิดอยู่ ให้ใช้หลังมือแตะดูบริเวณส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนบนของประตู ห้ามใช้ฝ่ามือหรือนิ้วเพื่อทดสอบความร้อน เพราะถ้าฝ่ามือหรือนิ้วมือได้รับบาดเจ็บจากความร้อน จะทำให้ไม่สามารถใช้งานในขณะหนีไฟได้ (เช่น การไต่ลงบันไดหรือคลาน)

o     ถ้าประตูไม่ร้อน ค่อยๆ เปิดช้าๆ และดูให้แน่ใจว่าไม่มีเปลวไฟหรือควันมาขวางทางออก ถ้ามีเปลวไฟขวางทางออกให้ปิดประตูนั้นทันทีและทางออกอื่น เช่น หน้าต่าง เตรียมพร้อมหากจำเป็นต้องคลาน (เปลวไฟและความร้อนจะเคลื่อนตัวขึ้นสูง ในขณะที่อากาศที่บริสุทธิ์และเย็นกว่าจะอยู่ในระดับต่ำใกล้พื้น)

o     ถ้าประตูร้อน ห้ามเปิดประตู ให้หนีออกทางหน้าต่าง กรณีที่ไม่สามารถหนีออกไปได้ให้ ชูแผ่นวัสดุสีขาวหรือสีอ่อนให้เห็นทางหน้าต่าง เพื่อแจ้งให้พนักงานดับไฟหรือผู้ช่วยเหลือทราบ 

·        ควัน และก๊าซพิษจะลอยอยู่ใกล้เพดาน ดังนั้นจึงควรอยู่ในระดับใต้ต่อระดับของควันตลอดเวลา

กรณีถ้าติดอยู่ในซากปรักหักพัง

·        ห้ามจุดไม้ขีดไฟ

·        อย่าเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น อย่าปัดเศษฝุ่นผงจากตัว ปิดปากและจมูกด้วยสิ่งของด้วยมือ เช่น ผ้าเช็ดหน้า

·     เคาะท่อน้ำ หรือกำแพง  เพื่อส่งสัญญาณแก่ผู้ช่วยเหลือ เป่านกหวีด(ถ้ามี) ตะโกนเมื่อจำเป็นและคิดว่ามีคนได้ยินแน่ๆ (การตะโกนทำให้หายใจสูดเอาฝุ่นพิษเข้าไปได้