·
มีความตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัย การป้องกันอันตราย
ระแวดระวังในสิ่งแวดล้อมรอบตัว
·
เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง
หากรู้สึกไม่ปลอดภัยให้รีบหลบออกจากสถานการณ์นั้นโดยด่วน
· หลีกเลี่ยงการมีกิจวัตร
การเดินทางซ้ำ ๆ กันเป็นประจำเพราะจะทำให้การเคลื่อนไหวถูกคาดเดาได้ง่าย
ระมัดระวังเป็นพิเศษช่วงขณะเริ่มออกเดินทางและช่วงใกล้ถึงที่หมาย
· หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านบริเวณที่ไม่ปลอดภัย
มีอาชญากรรมสูง รู้ว่ามีภาวะคุกคาม เปลี่ยว มืด หลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืน
การเดินทางคนเดียว
·
ไม่ทำตัวให้เป็นจุดเด่น แปลกแยก แต่งกาย
และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
·
มีการซ้อมแผน หรือสถานการณ์สมมุติ
รู้ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อรับมือสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ
ที่อาจจะเกิดขึ้น
·
การมีชีวิตรอดเป็นเป้าหมายสูงสุด
อย่าอายที่จะเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ
·
ตรวจสอบสถานการณ์ความปลอดภัย
หาคำแนะนำที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับความปลอดภัยสำหรับการเดิน
·
เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ
·
ศึกษาเส้นทางในบริเวณท้องถิ่น
วางแผนการเดินทางก่อนออกเดินทาง และนำแผนที่ติดตัวไปด้วย
·
มีเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประจำตัว ติดตัว มีบัญชีรายชื่อ
ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ สำหรับติดต่อในเหตุการณ์ฉุกเฉิน
·
มีอุปกรณ์สื่อสาร บัตรโทรศัพท์
หรือเงินท้องถิ่นที่สามารถใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินได้เมื่อต้องการ
·
แจ้งหน่วยงานฐาน และที่หมาย ถึงแผนการเดินทาง
เก็บกำหนดการเดินทางไว้กับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
·
คอยสังเกตว่ามีใครเฝ้าติดตามคุณอยู่หรือไม่
·
ถือทรัพย์สมบัติทั้งหมดในสภาพที่ปลอดภัย
เพื่อป้องกันการฉกชิงวิ่งราว
· เดินสวนทางกับทางเดินรถ
เดินชิดขอบถนน หลีกเลี่ยงการเดินใกล้พุ่มไม้ ทางเข้าประตู
ปากซอยที่ไม่มีแสงสว่างและสถานที่อื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นที่ซ่อนตัวได้
·
หลีกเลี่ยงกลุ่มคนที่เตร็ดเตร่อยู่บนถนน การทะเลาะวิวาท
หรือความชุลมุนวุ่นวาย
·
ให้ข้ามถนนหรือเปลี่ยนทิศทางไปจากเขา
ใช้วิธีข้ามกลับไปกลับมาหลาย ๆ ครั้ง
·
ถ้าบุคคลนั้นยังติดตามมา ให้เดินเข้าไปในถนนหรือสถานที่ที่มีผู้คนอยู่
เช่นโรงพยาบาล สถานีตำรวจ
· ถ้าถูกคุกคาม
ให้ใช้อะไรก็ตามที่จำเป็นเพื่อเรียกร้องความสนใจ และขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
ๆ จำไว้ว่า
ความอับอายจากการระมัดระวังเกินไปนั้นดีกว่าการตกเป็นเหยื่อของอาชญากร
·
อย่าเข้าใกล้ตัวรถ
เทคนิคที่พบบ่อยคือขอให้เหยื่อเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูแผนที่ ถามทาง
·
อย่ารับข้อเสนอให้ขึ้นรถฟรี จากคนแปลกหน้า
·
หากคนถูกในรถข่มขู่ให้ร้องขอความช่วยเหลือ
วิ่งหนีสวนทางกับทางรถ
·
รีบหมอบราบกับพื้นทันที
·
หาที่กำบังที่เหมาะสม
·
ระวังกระสุนที่ยิงขึ้นฟ้าตกลงมาใส่
·
การเดินทางบนถนนมักเป็นจุดที่อันตรายที่สุด
·
ในการเดินทางควรไปพร้อมกันเป็นขบวน ใช้รถหลายคัน
คันละหลายคน อาจทำให้ผู้โจมตีเปลี่ยนใจ หรือสามารถช่วยเหลือกันได้
· คนขับรถควรผ่านการฝึกหัดขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัย
รู้วิธีพื้นฐานในการบำรุงรักษายานพาหนะ เช่น การเปลี่ยนยาง
การตรวจสอบและเติมน้ำยาต่าง ๆ
·
ทุกคนในรถควรรู้ที่เก็บและวิธีใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยของรถ
และอุปกรณ์สื่อสาร
· ทำเครื่องหมายบนยานพาหนะให้เหมาะสมกับพื้นที่
การติดแผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ทางการแพทย์ให้เห็นได้อย่างชัดเจนมักมีประโยชน์
ทั้งนี้ขึ้นกับสถานการณ์และพื้นที่
·
ติดประกาศที่ประตูหรือหน้าต่างว่าไม่อนุญาตให้พกปืนในยานพาหนะ
· หลีกเลี่ยงการขนส่งเอกสารหรืออุปกรณ์ที่เสี่ยงในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการโจรกรรม
เตรียมใบอนุญาตสำหรับการขนส่งวัตถุสิ่งของที่อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ก่อการร้าย
·
ระมัดระวังเหตุการณ์ที่อาจเป็นการจัดฉากหรือวางแผนล่อ
ควรระมัดระวังเป็นพิเศษกรณีมีคนโบกรถ หรือขอความช่วยเหลือ
·
ไม่รับผู้โดยสารที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะทหาร
นอกจากถูกบังคับ
·
ตรวจสอบสถานการณ์ความปลอดภัย หาคำแนะนำที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับความปลอดภัยสำหรับการเดินทาง
·
เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ
· ศึกษาเส้นทาง
วางแผนการเดินทาง กำหนดเส้นทางหลักและเส้นทางรอง แบ่งการเดินทาง เป็นช่วง ๆ
กำหนดจุดพักรถ เติมน้ำมัน ไว้ล่วงหน้า วางแผนเผื่อเวลาให้ถึงที่หมายก่อนค่ำพอสมควร
· เตรียมเอกสารสำคัญต่าง
ๆ ไว้ในรถ บัตรประจำตัว สำเนาสมุดทะเบียนรถ หลักฐานการประกันภัย มีบัญชีรายชื่อ
ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ สำหรับติดต่อในเหตุการณ์ฉุกเฉิน
· แจ้งหน่วยงานฐาน
และที่หมาย ถึงแผนการเดินทาง เวลาเดินทาง จุดหมายปลายทาง
และขั้นตอนปฏิบัติกรณีถึงที่หมายล่าช้า เก็บกำหนดการเดินทางไว้กับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
· ทำรายการตรวจสอบการบำรุงรักษาและกำหนดการไว้ในพาหนะแต่ละคัน
อุปกรณ์ที่ชำรุด หรือไม่ปลอดภัยต้องได้รับการแก้ไขก่อนการเดินทางใดๆ ควรตรวจสอบ
บำรุงรักษา เตรียมความพร้อมของยานพาหนะ อุปกรณ์สื่อสาร เป็นอย่างดีทุกวัน เติมน้ำมันให้เต็มถังอยู่เสมอเมื่อสิ้นสุดการเดินทางแต่ละครั้ง
· ไม่เดินทางโดยปราศจากอุปกรณ์ความปลอดภัยและการสื่อสาร
เช่น วิทยุ อุปกรณ์ปฐมพยาบาล แผนที่ เข็มทิศ อาหารและน้ำสำรอง และอื่นๆ
·
เก็บกุญแจสำรองไว้ในสำนักงาน
เก็บกุญแจรถแยกจากกุญแจบ้านเพื่อลดความสูญเสียหากรถถูกขโมย
·
ก่อนขึ้นรถ ตรวจสอบบริเวณรอบ ๆ และใต้ท้องรถ
ตั้งแต่จากระยะไกล
·
ใส่เสื้อเกราะ หมวกกันกระสุน หากจำเป็น
·
ล็อคประตู
หน้าต่างของรถเสมอ เปิดหน้าต่างไม่เกิน 5 ซม. เฉพาะด้านที่มีคนนั่งใกล้ ๆ
·
คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกนิรภัย ตลอดเวลา
·
ไม่ขับรถเร็วเกินไป ปฏิบัติตามกฎจราจร
·
ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อการขับผ่านที่ชุมชน
หมู่บ้านในชนบท ที่อาจมีคนเดินเท้าอยู่บนถนน เส้นทางที่กำลังก่อสร้าง
·
เติมน้ำมันเมื่อมีน้ำมันเหลือน้อยกว่าครึ่งถัง
· แจ้งสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทราบเป็นระยะ
ๆ เพื่อติดตามการเดินทาง และสภาพเส้นทาง เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนเส้นทาง
หรือยกเลิกการเดินทางหากจำเป็น และแจ้งฐานเมื่อถึงจุดหมาย
·
ถ้าเข้าใกล้พื้นที่น่าสงสัย หยุดรถก่อนถึงพื้นที่นั้น
และสังเกตการจราจรที่ผ่านเส้นทางนั้น
·
ระมัดระวังเป็นพิเศษเวลาติดไฟแดง ทางแยก ปรับความเร็วให้เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการติดไฟแดง
·
ให้ขับเข้าไปในถนนหรือสถานที่ที่มีผู้คนอยู่
เช่นโรงพยาบาล สถานีตำรวจ
·
บีบแตรเพื่อเรียกร้องความสนใจและขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
· เมื่อเกิดอุบัติเหตุตรวจสอบความเห็นและปฏิกิริยาของคนรอบข้างอย่างรวดเร็ว
เพื่อให้แน่ใจว่าจะปลอดภัยหากยังอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ
ระวังรถที่ขับตามมาทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำสอง
·
ระวังเรื่องความปลอดภัยเมื่อจะเข้าใกล้รถคันที่เกิดอุบัติเหตุร่วม
ถ้าไม่แน่ใจให้ขับไปยังสถานีตำรวจ โรงพยาบาล หรือที่ชุมชนที่ใกล้ที่สุด
· หากมีผู้บาดเจ็บให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
หากไม่มั่นใจในวิธีการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่ถูกต้อง
อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุ
ยกเว้นจะเป็นการทำให้ผู้บาดเจ็บเสี่ยงต่ออันตราย
ให้ความช่วยเหลือและการดูแลรักษาเบื้องต้นตามความเหมาะสม
·
ติดต่อผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
หน่วยงานฐานและที่หมายทันที ให้ความร่วมมือตามคำแนะนำ
·
ถ้าเป็นไปได้ ถ่ายภาพเหตุการณ์
บันทึกชื่อและข้อมูลสำหรับการติดต่อของพยาน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
·
ด่านตรวจมีผู้ทำหน้าที่ระดับต่างๆกัน ทั้งอายุ การศึกษา
ประสบการณ์ หรือการฝึกฝน ควรปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ที่มีอายุน้อยอย่างเหมาะสม
·
หลีกเลี่ยงด่านตรวจเท่าที่สามารถทำได้ ตั้งสติ
เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าใกล้ด่านตรวจทุกด่าน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็น
·
ถ้าเป็นไปได้ให้คนอื่นผ่านไปก่อน และสังเกตในระยะที่ปลอดภัย
·
เมื่อเข้าใกล้ด่าน ขับรถช้า ๆ เปิดหน้าต่างเล็กน้อย
ในช่วงเวลากลางคืน ควรลดไฟต่ำ และเปิดไฟในรถ
·
เตรียมพร้อมที่จะหยุดอย่างรวดเร็ว
แต่หยุดเฉพาะเมื่อถูกเรียกให้หยุดเท่านั้น
·
วางมือในตำแหน่งที่เห็นได้ตลอดเวลา
อย่าเคลื่อนไหวกะทันหัน
·
แสดงบัตรประจำตัวถ้าถูกเรียกตรวจ
แต่อย่ามอบบัตรให้นอกจากจะถูกสั่ง
·
ออกจากรถต่อเมื่อถูกสั่งเท่านั้น
ถ้าประเมินแล้วว่าไม่ใช่การพยายามจี้รถ ดับเครื่องและเก็บกุญแจไว้
พยายามอยู่ใกล้รถที่สุด
· อย่าลุกลี้ลุกลน ซ่อน
หรือเคลื่อนย้ายของภายในรถ ของที่เสี่ยงต่อการถูกขโมย เช่น วิทยุ กล้องถ่ายรูป
และคอมพิวเตอร์ ควรเก็บในภาชนะที่ไม่สามารถทราบว่าข้างในคืออะไร
หรืออย่าวางให้เห็น
· ยอมให้ตรวจค้นตามต้องการ
ขณะมีการตรวจค้นให้ติดตามผู้ตรวจค้นไปด้วย
เพื่อคอยสังเกตให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดถูกใส่เข้ามาในรถหรือถูกขโมยไป
· แสดงความไม่เห็นด้วยหากจะมีการนำสิ่งของออกจากรถ
ถ้าถูกยึดสิ่งของบางอย่าง ประท้วงอย่างสุภาพ
ระมัดระวังอย่าแสดงความก้าวร้าวหรือขัดขืน
ถ้าเป็นไปได้ให้ขอเอกสารรับรองการยึดสิ่งของ
·
อย่าเสนอสินบน หรือของแลกเปลี่ยนสำหรับการผ่านด่าน
จะทำให้ผู้เดินทางคนอื่นลำบาก
·
ก้มต่ำ ล็อคประตูหน้าต่าง
พยายามเร่งความเร็วขับผ่านออกไปจากบริเวณอย่างระมัดระวัง
·
หากทำไม่ได้ให้ลงจากรถ หลบอยู่หลังส่วนเครื่องยนต์
หรือที่กำบังที่เหมาะสม รีบแจ้งข่าวสถานการณ์
·
เมื่อการโจมตีหยุดลง
หากประเมินว่าสถานที่นั้นไม่ปลอดภัยให้รีบเคลื่อนขบวนต่อ หากมีผู้บาดเจ็บให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
·
ตั้งสติ อย่าขัดขืน วางมือในตำแหน่งที่เห็นได้ตลอดเวลา
อย่าเคลื่อนไหวกะทันหัน
·
อย่ากระตุ้น ก้าวร้าว ฝ่ายตรงข้าม
·
ทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
·
อย่าเสียดายสิ่งของมีค่า รถ มากกว่าชีวิต
·
ออกจากรถต่อเมื่อถูกสั่ง อย่าดับเครื่องรถ
·
พยายามจดจำลักษณะฝ่ายตรงข้ามให้ละเอียด ถูกต้อง
หลังเหตุการณ์รีบแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว
·
มักมีสีเขียว เทา หรือ น้ำตาล
· เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าใกล้บริเวณที่เคยมีการปะทะ
พื้นที่ที่พักของทหาร ถนน ทางเดินเก่า ไหล่ทาง ทางระบายน้ำ สะพานประตู มุมบ้านเก่า
แหล่งน้ำ ที่ต่ำหรือที่ลับตาที่คาดว่าจะมีคนไปใช้ จุดข้ามแม่น้ำ
· สังเกตลักษณะที่น่าสงสัยว่าอาจมีกับระเบิดซ่อนอยู่
เช่น สิ่งที่ผิดปกติจากธรรมชาติ หรืออยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ หลุมกลม เล็ก regular กองหิน
หินเรียงขวางทาง ไม้ที่วางขวางกันเอาไว้หรือเสียบกับเปลือกไม้ ธง ถุงพลาสติกที่ห้อยจากต้นไม้
หญ้าที่ผูกเป็นปม
·
ไม่ขับรถบนไหล่ทาง ทับสิ่งของบนถนน
· เมื่อสงสัยว่าอยู่ในสนามกับระเบิด
ให้หยุดเดินทันที หากอยู่ในรถให้หยุดรถให้สนิท ไม่หมุนพวงมาลัย ไม่ลงจากรถ ตั้งสติ
เตือนคนรอบ ๆ ประเมินสถานการณ์รอบ ๆ บริเวณนั้น
แจ้งเหตุแล้วรอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หากจำเป็นต้องออกจากบริเวณนั้นจริง ๆ
ให้ย้อนรอยออกทางเดิมอย่างระมัดระวังที่สุด
การติดอยู่ในสนามกับระเบิดไม่ว่าจะนานเพียงใดย่อมดีกว่าโดนกับระเบิด
· การเดินทางเป็นขบวนคาราวานหลายคันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการเดินทางในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งหรืออาชญากรรมสูง
การมีพาหนะมากกว่า 1 คันอาจทำให้ผู้โจมตีเปลี่ยนใจ หรือสามารถช่วยเหลือกันได้
นอกเหนือจากแนวทางทั่วไปสำหรับความปลอดภัยในการเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทางในขบวนคาราวานควรพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้
· มีผู้นำขบวน
และผู้นำในแต่ละพาหนะ ผู้นำขบวนเตรียมเอกสารสำคัญต่าง ๆ ตรวจสอบสถานการณ์
มีวิทยุสื่อสาร ล่ามที่สามารถพูดภาษาท้องถิ่นในรถผู้นำขบวน
·
ศึกษาเส้นทาง แบ่งการเดินทาง เป็นช่วง ๆ กำหนดจุดพักรถ
เติมน้ำมัน ไว้ล่วงหน้า วางแผนเผื่อเวลาให้ถึงที่หมายก่อนค่ำพอสมควร
·
แจ้งแผนการเดินทางกับเจ้าหน้าที่ที่ฐานและที่จุดหมายที่เกี่ยวข้อง
หากจำเป็น แจ้งผู้มีอำนาจในการเคลื่อนย้ายเพื่อป้องกันความสงสัย
·
ตรวจสอบสภาพรถ น้ำหนักและความสูงของรถ
· ก่อนเดินทางสรุปแผนการเดินทาง
เส้นทาง ความเร็ว การติดต่อสื่อสาร แผนรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ลำดับของรถในขบวนให้คนขับรถทุกคนในขบวนทราบ
· ขบวนรถประมาณ 6-8 คัน / ขบวน
ให้คันหน้า-หลังอยู่ในสายตา ทิ้งระยะห่างคันละประมาณ 50 เมตร
รักษาความเร็วของขบวนตามที่ตกลงกันไว้ อย่าแซงกัน
·
ไม่บรรทุกเจ้าหน้าที่ทางทหารหรืออาวุธในรถ
·
เวลาผ่านจุดตรวจควรอยู่ในความสงบเรียบร้อย จัดระยะห่างของรถในขบวนเพื่อให้สามารถผ่านไปได้พร้อมกันทั้งขบวน
· การสื่อสารกันระหว่างพาหนะที่ดีที่สุดคือใช้วิทยุ
โดยเฉพาะคันแรกและคันหลัง เตรียมการสื่อสารสำรองโดยใช้สัญญาณอื่น ๆ
หากวิทยุใช้การไม่ได้ ระหว่างการสื่อสารอย่าระบุชื่อจุดหมายปลายทางและเส้นทาง
ให้ใช้รหัสแทน
· แจ้งสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทราบเป็นระยะ
ๆ เพื่อติดตามการเดินทาง และสภาพเส้นทาง เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนเส้นทาง
หรือยกเลิกการเดินทางหากจำเป็น และแจ้งฐานเมื่อถึงจุดหมาย
·
ถ้าต้องการเลี้ยวกลับ ให้เริ่มต้นจากคันสุดท้ายก่อน
ค่อย ๆ กลับรถจนกระทั่งปลอดภัยสำหรับทุกคัน
· ผู้โดยสารควรรู้จักผู้นำในแต่ละพาหนะและผู้นำขบวน
เชื่อฟัง ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย ควรอยู่ในรถอย่างเป็นระเบียบ
และแจ้งเหตุผิดปกติแก่ผู้นำขบวน
· ครอบครัวเดียวกันควรเดินทางในรถคันเดียวกัน
หากมีผู้โดยสารที่มีปัญหาทางสุขภาพ ควรมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ร่วมเดินทางในรถคันสุดท้ายของขบวน
· ในพื้นที่ซึ่งเกิดอาชญากรรมบนรถขนส่งมวลชนบ่อย
โดยเฉพาะในตอนกลางคืน ควรพิจารณาใช้รถแท็กซี่แทน
ถึงแม้ว่าในบางพื้นที่รถแท็กซี่อาจเป็นอันตรายได้แต่ยังปลอดภัยกว่าการใช้รถขนส่งมวลชน
·
เตรียมตั๋วที่ถูกต้องหรือเหรียญให้พร้อมเมื่อจะถึงเครื่องจำหน่ายตั๋ว
·
ในช่วงเวลาที่สถานีมีคนน้อย
ควรคอยรถไฟหรือรถโดยสารในที่ที่มีแสงไฟสว่าง
·
เมื่ออยู่ในสถานีหรือในรถ ควรนั่งใกล้คนอื่น ๆ
และถือทรัพย์สมบัติทั้งหมดไว้ในสภาพที่ปลอดภัย ระวังนักล้วงกระเป๋า
และขโมยฉกชิงวิ่งราว
·
ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้รถโดยสารช่วงกลางคืน
ควรนั่งใกล้คนขับ หลีกเลี่ยงการขึ้นรถที่คนน้อย
· ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยรถไฟตอนกลางคืน
ควรเลือกตู้กลาง ๆ ที่มีคนมาก พยายามนั่งใกล้หน้าต่าง
เพระจะช่วยให้ออกจากรถได้เร็วขึ้นในกรณีฉุกเฉิน หรือเลือกตู้ที่ล็อคคนเข้าออกได้
· เลิกใช้รถขนส่งมวลชนใด
ๆ ที่รู้สึกไม่สบายใจ หรือถูกคุกคาม ให้ลงจากรถในสถานที่ที่มีผู้คนอยู่
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครติดตาม ถ้าถูกคุกคาม
ให้ใช้อะไรก็ตามที่จำเป็นเพื่อเรียกร้องความสนใจ และขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
ๆ