การแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือ: การแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตามเกณฑ์ที่กำหนด และลำดับความสำคัญ

แปลจากCommodity distribution.

United Nations High Commissioner for Refugees Division of Operational Support, Geneva, 1997

(accessed via ReliefWeb Humanitarian Library, (http://www.reliefweb.int/w/lib.nsf/WebPubDocs/C80D8967E2792A74C1256D09002C26C3?OpenDocument)

 

 

 

ประเด็นสำคัญ

ระบบการแจกจ่ายควรปลอดภัยและสะดวกต่อการเข้าถึงของผู้ประสบภัย

 

ความปลอดภัย: ระบบการแจกจ่ายไม่ควรก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกับผู้หญิง หรือผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

 

การเข้าถึง: จุดแจกจ่ายสิ่งของควรอยู่ใกล้แหล่งที่ผู้ประสบภัยอาศัยอยู่ ควรเป็นสถานที่ที่ผู้ประสบภัยเข้าออกได้สะดวก ช่วงเวลาในการแจกจ่ายสิ่งของควรเหมาะสมและสะดวกกับผู้ประสบภัยด้วย

 

*การแจ้งข้อมูลการช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ข้อมูลต่างๆ ควรจะแจ้งให้ผู้ประสบภัยได้รับทราบโดยตรงว่าจะได้รับความช่วยเหลืออะไรบ้าง มากน้อยเพียงใด จะได้รับความช่วยเหลือเมื่อไรและอย่างไร โดยควรให้ผู้ประสบภัยทั้งหญิงและชายมีโอกาสร่วมตรวจสอบติดตามและควบคุมระบบ กระบวนการ แจกจ่ายสิ่งของด้วยตนเองทุกระดับ

 

*ในช่วงเริ่มต้นของภาวะฉุกเฉิน อาจจะเป็นไปไม่ได้ที่จะลงทะเบียน หรือการออกบัตรแสดงสิทธิการรับความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามสามารถเราสามารถจัดการให้ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพได้ แม้จะยังไม่มีระบบดังกล่าว

 

* การจัดเตรียมวัสดุเพื่อที่อยู่อาศัย เช่น แผ่นพลาสติก, เต็นท์ และวัสดุ อื่นๆ สำคัญอย่างยิ่งในการจัดสถานที่ให้ผู้ประสบภัย การจัดที่อยู่อาศัยให้ผู้ประสบภัยสามารถลดปัญหาการกระจายของผู้ประสบภัย ให้มารวมกันในจุดเดียวกัน

 

* เป้าหมายหลักในการให้ความช่วยเหลือ คือครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยตามธรรมชาติ ซึ่งความช่วยเหลือนี้รวมทั้งอาหารและสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าจะต้องส่งความช่วยเหลือไปให้แต่ละครอบครัวโดยตรง ในบางสถานการณ์ ความช่วยเหลืออาจกระจายอย่างประสิทธิภาพกว่าโดยผ่านกลุ่มของครอบครัวหรือชุมชน

 

* การแจกจ่ายสิ่งของความช่วยเหลือที่ไม่เป็นระบบและไม่สม่ำเสมอ จะทำลายความเชื่อมั่นของผู้ประสบภัยต่อเจ้าหน้าที่ และจะเป็นการเพิ่มความพยายามในการกระทำที่ผิดขั้นตอนหรือไม่ตรงไปตรงมาของผู้ประสบภัย

 

* ควรมีจุดแจกจ่ายสิ่งของความช่วยเหลืออย่างน้อย 1 หน่วย ต่อผู้ประสบภัยจำนวน 20,000 คน

 

* เจ้าหน้าที่ควรจัดให้มีระบบการแจกจ่าย ที่ผู้ประสบภัยสามารถรับสิ่งของความช่วยเหลือใกล้กับที่พักอาศัยของผู้ประสบภัย ในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนต่อครั้ง ในกรณีที่แหล่งที่พักอาศัยกระจาย ผู้ประสบภัยไม่ควรต้องเดินทางเกิน 5 10 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และเกณฑ์คัดเลือกหน่วย หน่วยควรอยู่ใกล้ผู้ประสบภัยมากที่จุดเท่าที่ทำได้ และไม่ควรเกิน 5 กิโลเมตร

* ควรแจกจ่ายอาหารแห้งที่ยังไม่ได้ปรุง คราวละจำนวนมากเป็นหลัก ควรหลีกเลี่ยงการแจกจ่ายอาหารปรุงเสร็จ ที่ปรุงคราวละจำนวนมากๆ แก่ผู้ประสบภัย

 

* ในระบบการแจกจ่าย ควรมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คน ต่อผู้ประสบภัย 1,000 คน

 

* หลีกเลี่ยงการให้ค่าตอบแทนเป็นสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน เพราะจะทำให้ยากต่อการติดตาม และในภาวะที่ขาดแคลน ผู้ประสบภัยอาจได้รับความช่วยเหลือน้อยลง เนื่องจากต้องให้ค่าตอบแทนเป็นสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่

 

* ในช่วงเริ่มต้นของการช่วยเหลือ โดยเฉพาะในยามฉุกเฉิน อาจเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมการดำเนินการแจกจ่าย ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มการดำเนินงานแต่ละอย่างควรมุ่งทำให้เกิดระบบการควบคุมที่มั่นคงแน่นอนต่อไป

 

 

จุดประสงค์หลักของการกระจายความช่วยเหลือ

การกระจายความช่วยเหลือ คือการแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ที่จำเป็นให้แก่ผู้ประสบภัยที่เหมาะสม อย่างยุติธรรม ตามการแจกจ่ายที่เฉพาะเจาะจง ตามเกณฑ์การคัดเลือก และตามลำดับความสำคัญ การกระจายความช่วยเหลือเป็นกระบวนการที่ควบคุม ให้สิ่งของ และความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยที่เหมาะสม

 

จุดประสงค์ของข้อแนะนำนี้ ไม่รวมถึงการเก็บรวบรวมรักษาสิ่งของ หรือกระบวนการขนส่ง เคลื่อนย้ายสิ่งของ ยกเว้นจุดแจกจ่ายสุดท้าย

 

จุดประสงค์ของระบบการกระจายความช่วยเหลือของ UNHCR คือ การจัดความช่วยเหลือที่เป็นวัตถุไปให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัย ภายใต้หลักมนุษยธรรม ดังนั้นระบบการแจกจ่ายจึงมุ่งไปที่ครอบครัว ให้เป็นหน่วยพื้นฐานทางสังคม ในการบรรเทาทุกข์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ยกเว้นในบางกรณีเฉพาะ ในเวลาสั้นๆ ระดับความช่วยเหลืออาจเปลี่ยนจากระดับครอบครัวเป็นระดับบุคคลในครอบครัว

 

ในกรณีบุคคลไม่มีครอบครัว เช่น ผู้ไร้ญาติ หญิง-ชายโสด คนแก่ที่ไม่มีผู้เลี้ยงดู หรือเด็กเล็กๆ ก็ขอให้ปฏิบัติหรือให้ความช่วยเหลือตามระบบเหมือนกัน โดยใช้หลักการรวมหลายๆ บุคคลเข้าเป็นกลุ่มแล้ว ให้ความช่วยเหลือ ที่พักอาศัย อุปโภค บริโภคพื้นฐาน ให้แก่กลุ่มต่อไป

 

 

องค์กรสำคัญ และบทบาทขององค์กรในการกระจายความช่วยเหลือ

รัฐบาล สามารถช่วยด้าน

-     ความปลอดภัย

-     การลงทะเบียนของผู้ประสบภัย

ผู้ประสบภัย สามารถช่วย

-    แจกจ่ายสิ่งของ

-     ระบุคนที่อยู่ในสภาวะเสี่ยง

-     ก่อตั้งคณะกรรมการ โดยที่ต้องให้แน่ใจว่า มีตัวแทนที่เป็นผู้หญิงอย่างเพียงพอ

-     แบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นให้แก่ผู้ประสบภัยต่างๆ

-     กระจายข่าวเกี่ยวกับ สิ่งของที่ได้รับบริจาค และระบบการแจกจ่าย

-     ควบคุมฝูงชน ณ จุดแจกจ่ายของ

องค์กรเอกชน (NGO) สามารถช่วย

-     ระบุจำนวนผู้ประสบภัย และการจดทะเบียนของผู้ประสบภัย ร่วมกับรัฐบาล

-     กระจาย / แจกจ่ายสิ่งของ หรืออาหาร

-     สอดส่องดูแลภาวะโภชนาการของผู้ประสบภัย

-     ช่วยให้เกิดความมีส่วนร่วมของผู้ประสบภัย โดยให้มีผู้แทนมาจากผู้หญิง และกลุ่มคนชายขอบ

-     สอดส่องดูแลระบบการแจกจ่ายของ และรายงานต่อผู้บริจาค และรัฐบาล

-     กระจายข้อมูลข่าวสารต่างๆ ต่อผู้ประสบภัย

-     ประเมินความต้องการ ความช่วยเหลือด้านอาหารของผู้ประสบภัย ร่วมกับรัฐบาล

-     จัดหาอุปกรณ์ใส่อาหาร

-     จัดระบบประสานงานในการช่วยเหลือด้านอาหารที่มีประสิทธิภาพ

-     สอดส่องดูแล และรายงานผลการแจกจ่ายอาหารและสิ่งของ ในการบริจาค

-     วางแผนงานร่วมกันในด้านต่างๆ

-     ช่วยส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง

 

 

อาหารและสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร

หากเป็นไปได้ ควรจะมีระบบการแจกจ่าย อาหารและสิ่งของ ที่บูรณาการกันเป็นระบบเดียวกัน

 

ประเภทสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร

1.    สิ่งของสิ้นเปลืองที่ใช้เป็นประจำ เช่น สบู่, ถ่าน, เชื้อเพลิง, สิ่งของเกี่ยวกับสุขอนามัย สุขาภิบาล, ยาและเวชภํณฑ์, ถุงยางอนามัย, อุปกรณ์การศึกษา

2.    สิ่งของที่มีอายุการใช้งานได้นาน เช่น เสื่อ ที่นอน ผ้าห่ม ผ้าพลาสติก เต๊นท์, อุปกรณ์ในการสร้างที่พักเครื่องครัว, ภาชนะใส่อาหาร, อุปกรณ์การเกษตร เป็นต้น

 

 

แผนงาน

  ใครคือผู้รับบริจาค? ประกอบไปด้วยใครบ้าง?

  อะไรคือความจำเป็น?

  จะติดต่อ สื่อสารกับผู้รับบริจาคได้อย่างไร

 

 

การลงทะเบียน

การจดทะเบียนผู้ประสบภัย ที่มีการตรวจสอบให้เป็นปัจจุบัน มีความจำเป็นก่อนที่จะเริ่มแจกจ่ายสิ่งของ

  เพื่อให้ได้จำนวนของผู้รับความช่วยเหลือ

  ข้อมูลของผู้ประสบภัย เพื่อเป็นการง่ายต่อการหากลุ่มย่อยเฉพาะที่ต้องการ

  ช่วยให้การดูแล และควบคุมง่ายขึ้น

  ช่วยให้การแจกจ่ายสิ่งของ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า

  ใบลงทะเบียน สามารถใช้เป็น ใบขอรับความช่วยเหลือ

 

 

จุดให้ความช่วยเหลือ

จะเป็นการดีหากจุดกระจายความช่วยเหลือตั้งอยู่ใกล้ผู้ประสบภัย และต้องจัดที่ตั้งของจุดให้กระจายในพื้นที่เพื่อไม่ให้จำนวนคน ไปรวมอยู่ในจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป เมื่อจุดให้ความช่วยเหลืออยู่ใกล้ จะทำให้การขนย้ายสิ่งของ ของผู้ประสบภัยกลับบ้านได้ง่ายขึ้น (ปกติอาหารสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คน สำหรับยังชีพหนึ่งเดือน อาจมีน้ำหนักถึง 75 กิโลกรัม) และสามารถลดความเสี่ยงต่อการโดนขโมย และกรรโชกทรัพย์ และลดเวลาการเดินทางจากบ้าน โดยเฉพาะ เมื่อครอบครัวที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าเดินกลับบ้าน ผู้ประสบภัยไม่ควรเดินทางในระยะที่เกินกว่า 10 กิโลเมตร ไปที่หน่วยให้ความช่วยเหลือ

 

ในการเลือกที่ตั้งของหน่วยให้ความช่วยเหลือ ปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณา คือ การที่ผู้หญิงสามารถมารับความช่วยเหลือได้สะดวก เช่น ถ้าหากผู้หญิงต้องเดินทางระยะไกล โดยเฉพาะการเดินทางตอนกลางคืน อาจเป็นการเสี่ยง

 

การกระจายที่ตั้งของศูนย์ เพื่อลดจำนวนคนต่อศูนย์ เป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดภาวะชุลมุน จำนวนคนที่น้อยยังมีส่วนช่วยในการแบ่งปันของช่วยเหลืออย่างยุติธรรม เนื่องจากทุกคนสามารถทราบว่า คนอื่นๆได้รับสิ่งของใดบ้าง สำหรับค่ายผู้ประสบภัย ควรมีหน่วยให้ความช่วยเหลืออย่างน้อย 1 จุด ต่อผู้ประสบภัย 20,000 คน

 

 

รอบของการกระจายความช่วยเหลือ

รอบของการกระจายความช่วยเหลือควร :

1.    เป็นสิ่งที่ผู้ประสบภัยคาดเดาได้และทราบล่วงหน้า

2.    จัดในลักษณะที่มีกระจายความช่วยเหลือ ไปยังค่าย หรือชุมชนใกล้เคียง ในเวลาเดียวกัน

 

 

การเตรียมการสำหรับการแจกจ่าย

สิ่งของช่วยเหลือควรจัดมอบแก่ตัวแทนของชุมชนของผู้ประสบภัย จากนั้นให้ตัวแทนของชุมชนกระจายความช่วยเหลือนั้น ไปยังครอบครัวต่างๆ ตัวแทนที่มารับความช่วยเหลือนั้นควรมีทั้งหญิงและชาย

 

การเลือกผู้นำ

สรรหาอาสาสมัครจากผู้ประสบภัยที่ตกลงเป็นตัวแทนและจัดการผู้ที่ประสบภัยด้วยกัน คนที่อาสาเป็นผู้นำอาจไม่ใช่ตัวแทนที่แท้จริงของผู้ประสบภัย จึงควรจัดให้มีการเลือกตั้ง หรือวิธีอื่นเพื่อให้ได้จำนวนตัวแทนของผู้ประสบภัยที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามทรัพยากร รวมถึงเวลา อาจไม่เอื้ออำนวยให้มีตัวแทนที่เหมาะสมในวันแรกๆ ของเหตุการณ์ ดังนั้นอาจต้องยอมรับ ผู้นำอาสานั้นไปก่อนจนกว่าสถานการณ์และเวลาจะเอื้ออำนวย ควรพยายามทำให้มีผู้หญิงรวมอยู่ในกลุ่มของผู้นำด้วย

 

การประเมินจำนวนประชากร

หาได้จากการให้ผู้นำประเมินขนาดจำนวนประชากร และปรับตามความเหมาะสมอีกครั้ง เพื่อให้ได้จำนวนที่เป็นที่ตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาล NGOs และผู้ที่มีส่วนสำคัญอื่นๆ

 

การจัดกลุ่มผู้ประสบภัย

จัดกลุ่มผู้ประสบภัยร่วมกับตัวแทนของผู้ประสบภัย โดยจัดตามโครงสร้างทางการบริหาร หรือโครงสร้างทางสังคมเดิม มอบหมายให้แต่ละกลุ่มไปรับความช่วยเหลือในแต่ละจุดให้ความช่วยเหลือ หากจำนวนจุดให้ความช่วยเหลือมีน้อย ทำให้จำนวนผู้ประสบภัยต่อจุดมีมาก จะเพิ่มความเสี่ยง ในขณะที่ในด้านความปลอดภัย แต่ถ้าจำนวนจุดช่วยเหลือมีมากจะทำให้การกระจายความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น

 

การประเมินจำนวนสิ่งของ

ก่อนที่จะแจกจ่ายความช่วยเหลือ จะต้องมีการคำนวณจำนวนสิ่งของที่แต่ละกลุ่มจะรับไป และให้ข้อมูลนี้แก่ผู้ทำงานในจุดแจกจ่ายสิ่งของและผู้ประสบภัยด้วย

 

 

วันแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือ

1.       ทยอยขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไปยังจุดกระจายสิ่งของ ในตอนเช้าของวันที่แจกจ่าย

2.       เจ้าหน้าที่เรียกชื่อตัวแทนกลุ่มตามบัญชีรายชื่อที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ให้ออกมารับสิ่งของทีละคน

3.       ตัวแทนกลุ่มจะออกมารับสิ่งของพร้อมด้วยพนักงานขนของที่กลุ่มของตนจัดไว้ (จำนวนแล้วแต่ความ

เหมาะสม) จากนั้น ตัวแทนกลุ่มจะลงชื่อในใบสำคัญรับสิ่งของเครื่องใช้

-    หน่วยงานกระจายสิ่งของ จะจัดเรียงเครื่องใช้ไว้เป็นกองๆ แยกตามชนิดและจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้า

ที่ ให้มีจำนวนพอเหมาะกับปริมาณสิ่งของ เพื่อคอยส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่พนักงานขนของ

-    จำนวนสิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องแจกจ่าย คำนวณจาก :

(สัดส่วนการแบ่งสันปันส่วน/คน/วัน) X (จำนวนคนในกลุ่ม) X (จำนวนวัน)

4.       ตัวแทนกลุ่มและพนักงานขนของจะขนสิ่งของเครื่องใช้ออกจากพื้นที่กระจายสิ่งของ ไปยังบริเวณที่ผู้ประสบภัยในกลุ่มของตนกำลังรอรับสิ่งของอยู่ เมื่อถึงที่แล้วตัวแทนกลุ่มจะเรียกชื่อผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือทีละคนตามบัญชีรายชื่อ (ต้องมั่นใจว่า การแจกจ่ายทำในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและติดตามตรวจสอบได้)

-    ถ้ากลุ่มมีขนาดใหญ่มาก ตัวแทนกลุ่มจะแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ไปให้กลุ่มย่อย ซึ่งมีขนาดเล็ก

กว่า

-    ขั้นสุดท้ายเป็นการแจกจ่ายสิ่งของให้แต่ละครัวเรือน

-    ในการแจกจ่ายของ ตัวแทนกลุ่มจะใช้อุปกรณ์และภาชนะที่นำมาเอง

5.       หน่วยงานแจกจ่าย ควรติดตามตรวจสอบผู้ละโมบที่เวียนรับสิ่งของตามกลุ่มต่างๆ หลายรอบ

 

 

ความปลอดภัย

ปัญหาความปลอดภัยมักเกิดในช่วงบ่าย เมื่อคนรู้สึกเหนื่อยล้าต่อการรอคอย และเกรงว่าสิ่งของเครื่องใช้จะหมดก่อนถึงคิวของตน ฉะนั้นจึงควรพยายามแจกจ่ายสิ่งของให้รวดเร็ว โดยไม่ให้เกิดความล้าช้า เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ควรประกอบด้วยตัวแทนกลุ่มผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรให้ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ สิ่งสำคัญอีกอย่าง สำหรับการควบคุมฝูงชน คือ บรรดาสิ่งของเครื่องใช้ที่จะแจกจ่าย ควรให้อยู่ห่างจากกลุ่มผู้มารอรับความช่วยเหลืออย่างน้อย 20 เมตร และจัดวางในพื้นที่อย่างน้อยขนาด 50 X 50 เมตร โดยมีบริเวณขอบเขตที่ชัดเจน ถ้าไม่มีเวลาในการสร้างรั้ว ให้ใช้วัสดุเช่น เชือก หิน เป็นต้น ทำเป็นขอบเขตไว้ และให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลสิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้อย่างใกล้ชิด

 

 

เมื่อสิ่งของมีไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ประสบภัย

ในวันแจกจ่ายอาจมีสิ่งของเครื่องใช้ไม่เพียงพอต่อการแจกจ่ายให้ทุกคนตามที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งในภาวะปกติ และภาวะฉุกเฉิน อาจมีการกดดันให้เจ้าหน้าที่แจกจ่ายอะไรก็ได้เท่าที่มีอยู่ในคลัง ผู้แจกจ่ายสามารถเลือกวิธีปฏิบัติ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

     เลื่อนการแจกจ่ายสิ่งของไว้ก่อน รอจนกว่าสิ่งของจะมีเพียงพอต่อทุกคน ข้อควรพิจารณา คือ

-    ถ้าไม่แจกจ่าย จะมีผลกระทบรุนแรงโดยเฉพาะต่อ กลุ่มผู้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ บ้างหรือไม่?

-    มีระบบตรวจสอบที่ดีพอที่จะทราบว่ามีคนเดือดร้อนจริงๆ หากการแจกจ่ายล่าช้าออกไปหรือไม่?

     ปรับลดปริมาณสิ่งของเครื่องใช้ แล้วเฉลี่ยแจกจ่าย ให้ทุกคนได้รับเท่าๆ กัน ข้อควรพิจารณา คือ

-    กลุ่มผู้ไม่สามารถช่วยตนเองได้ จะมีชีวิตอยู่ได้ไหม ถ้าได้รับสิ่งของน้อยลง

     ให้สิ่งของเต็มอัตรา หรือมากกว่า แก่กลุ่มผู้ไม่สามารถช่วยตนเองได้ และลดปริมาณสิ่งของ (หรือไม่ให้เลย) สำหรับ ผู้ประสบภัยทั่วไป ข้อควรพิจารณา คือ

-    ได้จำแนกกลุ่มผู้ไม่สามารถช่วยตนเองได้ ไว้แล้วหรือไม่?

-    มีวิธีการให้ความช่วยเหลือเฉพาะแก่กลุ่มผู้ไม่สามารถช่วยตนเองได้หรือยัง?

-    กลุ่มคนปกติจะเกิดอาการอย่างไร ถ้าได้สิ่งของน้อยกว่าหรือไม่ได้รับอะไรเลย?

 

ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม จะต้องประกาศให้ผู้ประสบภัยได้เข้าใจ เพื่อที่เขาจะได้วางแผนการกินอยู่ในช่วงขาดแคลนสิ่งของ ทั้งนี้ ปัญหาความรุนแรงจะไม่ค่อยเกิดขึ้น ถ้าหากเขารับทราบว่า เกิดอะไรขึ้น และเหตุผล

 

 

การซื้อขายอาหารที่ได้รับแจก

การซื้อขายเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างครัวเรือน อาจยอมรับได้ ถ้าไม่ส่งผลกระทบที่ชัดเจนต่อสภาวะสุขอนามัยและโภชนาการของชุมชน กรณีที่มี ผู้นำ ขายสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จำนวนมากย่อมแสดงว่า สิ่งของเครื่องใช้ที่แจกจ่ายไปไม่ถึงมือครอบครัวผู้ประสบภัย ในหลายๆ กรณี อาจพบเห็นผู้ประสบภัยนำอาหารที่ได้รับแจกไปแลกเปลี่ยนกับอาหารอื่นๆ ในท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงรสอาหาร ให้ถูกปากคนมากขึ้น

 

 

การควบคุมฝูงชน

จุดแจกจ่ายสิ่งของ สามารถกลายเป็นจุดชุลมุนวุ่นวาย โดยเฉพาะในช่วงที่สิ่งของที่แจกจ่ายขาดแคลน หรือมีความตึงเครียดอื่นๆ ในหมู่ผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย ณ จุดแจกจ่ายสิ่งของ และที่อื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่แจกจ่ายสิ่งของควรแจ้งปัญหาความปลอดภัยที่อาจจะเกิดขึ้นแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ

 

ประเด็นสำคัญในการป้องกันปัญหาฝูงชน

        จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมฝูงชน ให้เพียงพอเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าระบบแจกจ่ายสิ่งของแก่ผู้

ประสบภัย เป็นไปอย่างเรียบร้อย พร้อมทั้งจัดอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น เชือกกั้น หรือบังทาง และป้ายต่างๆ เป็นต้น

        จำกัดจำนวนผู้ประสบภัย 20,000 คน ต่อจุดแจกจ่ายสิ่งของ

        ตั้งหน่วยแจกจ่ายให้ห่างจากชุมชน เช่น ตลาด และโรงพยาบาล เป็นต้น

        แบ่งขอบเขตจุดแจกจ่ายให้ชัดเจน และมั่นใจว่าจุดแจกจ่ายที่ผู้ประสบภัยมารับแจกของนี้ แยกจากจุดส่งของ และเก็บของ

        จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นฐานให้พร้อม เช่น บริเวณที่รอที่มีร่มเงา น้ำ และห้องน้ำ

        ควรมีการประสานงานที่ดีกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ผู้นำของกลุ่มผู้ประสบภัย และคณะกรรมการด้านอาหาร โดยเฉพาะหากเกิดภาวะขาดแคลนของแจกจ่าย ควรประกาศให้ประชาชนทราบว่า เขาต้องรอนานเท่าไหร่

        ไม่ควรประกาศสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังแก่ผู้ประสบภัยในจุดแจกจ่าย เช่น จะมีการนำระบบการแจกจ่ายแบบใหม่มาใช้ ของที่แจกจ่ายเริ่มหมด การจะตรวจสอบเอกสารแสดงสิทธิของทุกคน อย่างไรก็ตาม การสุ่มตรวจเอกสารแสดงสิทธิของบางคน สามารถทำได้

        ควรมอบหมายบุคคลที่รับผิดชอบในการตัดสินใจ ด้านความปลอดภัยให้ชัดเจนในแต่ละหน่วย เพื่อสั่งการว่าจะย้าย หรือส่งสิ่งของ โดยบุคคลนี้ ควรรู้จักเจ้าหน้าที่แจกจ่ายสิ่งของทุกคน และควรอยู่ในหน่วยตลอด

        ควรสร้างระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างเจ้าหน้าที่ โดยจัดให้มีวิทยุสื่อสาร โทรโข่ง นกหวีด เป็นต้น

        เจ้าหน้าที่ที่แจกจ่ายของควร มีสัญลักษณ์ที่ชัดเจน เช่น หมวก ปอกแขน เสื้อ และสัญลักษณ์ อื่นๆ ที่มองเห็นได้ชัดเจน

        ควรแจกจ่ายสิ่งของให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ลดเวลาการรอคอยให้น้อยที่สุด

        ควรมีวิธีการจัดการเหตุชุลมุน หรือการลักขโมย โกง ให้รวดเร็ว และยุติธรรมที่สุด

        แยกบริเวณรอคอยของผู้ประสบภัย และกองสิ่งของที่จะแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยให้ชัดเจน

 

พึงตระหนักว่ารั้ว หรือครื่องกั้นฝูงชนใดๆ ในจุดแจกจ่ายสิ่งของ ไม่สามารถสกัดกั้นฝูงชนจำนวนมากที่มาอยู่รวมกันได้ ดังนั้นจึงควรจัดระเบียบฝูงชนให้ได้มากกว่าที่จะพึ่งเครื่องกั้นฝูงชน หากมีระบบการจัดการที่ดี เครื่องกั้น เช่น ก้อนหินที่วางเรียงไว้ หรือเชือก ก็เพียงพอทำให้ผู้คนทำตามระบบที่จัดเตรียมไว้ได้ ควรพยายามให้คนนั่งขณะรอการแจกจ่ายสิ่งของ จะช่วยลดการผลัก หรือกระแทกกันของผู้คน

 

 

การให้ค่าตอบแทนเป็นสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ (Payment in kind)

หลีกเลี่ยงการให้ของที่แจกจ่ายแก่เจ้าหน้าที่ที่แจกจ่ายของ วิธีนี้ถึงแม้จะดูเหมือนง่าย และประหยัด แต่อาจทำให้ระบบแจกจ่ายยุ่งยากขึ้น และเป็นการยากในการตรวจสอบว่าสิ่งของที่เจ้าหน้าที่ที่แจกจ่ายของมีอยู่ได้รับมาอย่างถูกต้องหรือไม่ ที่สำคัญในภาวะขาดแคลนสิ่งของช่วยเหลือ การแจกจ่ายของแก่เจ้าหน้าที่แทนที่จะเป็นผู้ประสบภัยอาจเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

 

 

ถุงหรือภาชนะเปล่า

ผู้ประสบภัยควรได้รับอนุญาตให้เก็บถุงหรือ ภาชนะเปล่า ในการแจกจ่ายครั้งแรก ภาชนะเหล่านี้จะช่วยในการรวบรวม และใส่สิ่งของที่ได้รับแจก ในการแจกจ่ายที่ให้เป็นจำนวนมากๆ ไม่ควรเอาของออกจากถุงหรือภาชนะ ภาชนะเปล่าสามารถใช้เป็นวัสดุสำหรับสร้างที่พักอาศัย หรือเป็นภาชนะหุงต้ม และผู้ประสบภัยสามารถนำไปขายเป็นรายได้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือครอบครัวได้ อย่างไรก็ตามควรเก็บถุง และภาชนะเปล่าไว้บ้างบางส่วนในกรณีที่ภาชนะที่ใส่ของเสียหาย